่านไม่มีความสุข เขาก็ไม่มีความสุขเช่นกันเจ้าค่ะ” ญาติเพียงคนเดียว คำๆ นี้ทำให้อารมณ์ของหนิงซิวดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
หมิงเวยพูดต่อว่า “ท่านเองก็ทราบดีว่าเขารู้สึกเหงา และสับสนในใจอยู่เสมอเพราะกลัวว่าตนเองจะถูกทอดทิ้ง เขาไร้บิดามารดาตั้งแต่เด็ก สูญเสียปู่ย่าตั้งแต่ยังเยาว์ ดูเหมือนคนที่รักเขาทิ้งเขาไปทีละคน ในช่วงเวลาที่เหงาที่สุดท่านได้เดินทางมาหาเขาที่เมืองหลวงไม่ว่าเขาจะเย็นชากับท่านแค่ไหน ท่านก็คิดทำเพื่อเขาปกป้องเขาจริงๆ จนตอนที่เขาเรียกท่านว่าศิษย์พี่ด้วยความเต็มใจ มองท่านเสมือนว่าท่านเป็นญาติที่แท้จริง แม้แต่อาหว่านเขายังไม่ต้องการให้นางไม่มีความสุขนับประสาอะไรกับท่านเล่าเจ้าคะ” หนิงซิวกดสายค้างไว้ครู่ใหญ่ด้วยความตกใจ
ผ่านไปนานเขาเอ่ยขึ้นว่า “ข้างกายเขามีเจ้าคอยปกป้องอยู่แล้ว ขอเพียงแค่เขาปลอดภัยข้าก็จะจากไป”
หมิงเวยทั้งประหลาดใจและเสียใจ “อาจารย์จะไปจากที่นี่หรือเจ้าคะ เดิมทีข้าคิดว่ามีท่านอยู่ข้างกายเขา ข้าสามารถวางใจ และไปจัดการเรื่องของตนเองได้”
หนิงซิวเลิกคิ้วเขามองนางแล้วถามเสียงต่ำ “หมายความว่าอย่างไรเจ้าจะไปจากที่นี่หรือ”
หมิงเวยยิ้ม “ไม่ใช่จากไปเจ้าค่ะ เพียงแต่มีเรื่องที่ต้องไปจัดการ”
“เรื่องอะไร”
หมิงเวยพยักพเยิดหน้าไปยังภูเขาที่อยู่ห่างไกลออกไป “ไปดินแดนของพวกหูเหรินเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ!”
“ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องไปเพื่อความแน่ใจดังนั้นข้าเลยจะไม่อยู่ที่นี่สักพัก ความส