“ก็จริงขอรับ”
อีกฝ่ายจิบสุราไปจิบเดียวแล้วเทที่เหลือกรอกใส่ปากตนเองอีกครั้ง รสชาติค้างอยู่ในลำคอ “สมแล้วที่เป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์จากเมืองหลวงพวกเราไม่เคยดื่มสุราดีๆ เช่นนี้มาก่อนในชีวิตคนที่สามารถดื่มสุรานี้ได้มีเพียงนายท่านคนเดียวเท่านั้น!”
พูดแล้วก็รีบถามต่อว่า “นายท่านจะลงมือเมื่อไรหรือคนของพวกเราแฝงตัวเข้ามาหมดแล้วขอรับ”
นายช่างโหวเลิกคิ้ว “ยังไม่ถึงสองเดือนเลยให้ลงมือตอนนี้เร็วเกินไป”
อีกฝ่ายไม่พอใจก่อนเอ่ย “สองเดือนก็พอแล้วไม่ใช่หรือขอรับ ตอนที่พวกเราวางแผนสำหรับที่ว่าการอำเภอก็ใช้ช่วงเวลาสั้นๆ คนยังไม่เยอะถึงเพียงนี้”
นายช่างโหวไม่พอใจ “เจ้าคิดว่าที่นี่ง่ายกว่าที่ว่าการอำเภอหรือ เห็นขุนศึกที่คุณชายพามาหรือไม่พวกเขาเหล่านั้นล้วนมาจากตระกูลทหารมีทักษะวรยุทธ์สูงส่ง มีวินัยที่เคร่งครัด หากต่อสู้ขึ้นมาจริงๆ ทหารหลายร้อยคนอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา”
อีกฝ่ายพูดว่า “เหตุใดนายท่านถึงเพิ่มความแข็งแกร่งให้ฝ่ายตรงข้ามแต่ลดความแข็งแกร่งของฝ่ายตนเองลงเล่า ถึงพวกเขาจะเก่งกาจแค่ไหนแต่ก็มีแค่ยี่สิบสามสิบคน ส่วนคนเลี้ยงสัตว์ และพวกแรงงานจะทำอะไรได้ พวกเรามีตั้งร้อยคน เข้าโจมตีพร้อมกันจะสู้พวกเขาไม่ได้เชียวหรือ”
“เรื่องนี้มันไม่แน่นอน!”
อีกฝ่ายพูดอย่างไม่มีความสุข “นายท่านโปรดอย่าหลงระเริงไปกับช่วงเวลานี้ ท่านไม่อยากเสี่ยงแล้วหรือท่านมีชีวิตที่ดี แต่พี่น้องของพวกเราลำบากทุกวัน”
ประโยคนี้น่าสง