สัยนายช่างโหวรู้สึกโกรธ แต่เขารู้ว่าตนเองไม่มีอำนาจและต้องพึ่งพาคนเหล่านี้ดังนั้นเขาจึงสงบลงและพูดว่า “เจ้าพูดอะไรกัน ที่ข้าทำไม่ใช่เพื่อให้พี่น้องของเราบาดเจ็บน้อยลงหรือ หากตายก่อนที่จะมั่งคั่งไม่น่าเสียดายหรืออย่างไร”
“แต่นายท่านกลับคิดเช่นนั้น” อีกฝ่ายรินสุราและดื่มอีกแก้ว “นายท่านมีทักษะที่หายาก สามารถวางแผนที่ไม่มีวันพลาดได้แน่นอน พวกเราจะรอข่าวจากท่านนะขอรับ”
เขายืนขึ้นเช็ดริมฝีปากแล้วพูดว่า “สุรายังสามารถลิ้มลองได้ไม่รู้ว่าหากได้สัมผัสสตรีจะเป็นอย่างไร”
นายช่างโหวได้ยินก็รู้สึกไม่ชอบมาพากล และอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ก่อนจะสำเร็จเจ้าต้องใจเย็น สตรีที่นี่ข้าเห็นว่าไม่ดีที่จะแตะต้องพวกเจ้าอย่าทำอะไรบ้าๆ ล่ะ!”
“เข้าใจแล้วขอรับ!” อีกฝ่ายโบกมืออย่างหงุดหงิดแล้วเปิดประตูเดินออกไป
นายช่างโหวนั่งอยู่คนเดียวสักพักแล้วถอนหายใจ นี่เป็นข้อเสียของการอยู่ใต้การควบคุมของผู้อื่น! ไม่ว่าเขาจะฉลาดแค่ไหนมีกำลังคนอยู่ในมือแต่ก็อดไม่ได้ที่จะกังวล เมื่อไม่มีความขัดแย้งอีกฝ่ายก็สุภาพต่อเขามาก แต่หากไม่พอใจอีกฝ่ายก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือจนจำไม่ได้เลย
ในฐานะยอดกุนซือที่ภาคภูมิใจ สิ่งที่เศร้าที่สุดคงไม่ใช่การไม่ได้พบเจ้านายที่ใจดี ถ้าเจียงไท่กงไม่เคยพบเหวินหวาง ข่งหมิงไม่ได้พบหลิวเป้ย บางทีพวกเขาอาจจะไม่ได้ทิ้งชื่อไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ก็เป็นได้
นายช่างโหววางความรู้สึกนี้ไว้เบื้องหลังเขาหยิบแผนผังข