่นนั้นดูไม่ยุติธรรมเท่าไรนะเจ้าคะ” หมิงเวยพลิกตัวกลับมานางเอื้อมมือออกไปโอบหลังเขาแล้วพิงคอของเขา
“ข้าแค่กระหายความรู้เกี่ยวกับท่านไม่รู้จบ อยากรู้ความชอบของท่าน ความโกรธของท่าน ข้าอยากมีส่วนร่วมด้วยเจ้าค่ะ”
พอได้ยินนางพูดเช่นนั้นความโกรธที่สะสมอยู่ก็หายไปทันที หัวใจของเขาอ่อนยวบลงอย่างอธิบายไม่ถูกจนแทบอยากจะประคองส่งมอบให้ต่อหน้านางแล้ว
แต่ในตอนนี้ความเงียบให้คำตอบได้ดีกว่าเสียง
ทั้งสองนอนเงียบอยู่ครู่หนึ่งรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน ฟังเสียงลมหายใจของกันและกัน เสียงจากด้านนอกค่อยๆ เงียบลง ทั้งผู้คน และม้าในที่แห่งนี้เริ่มเข้าสู่ห้วงนิทรา หยางชูพยายามอย่างเต็มที่ที่จะปลุกตนเองเขาผลักนางเบาๆ
“ข้าจะส่งท่านกลับไปพักผ่อน”
หมิงเวยเกือบจะเคลิ้มหลับหลายวันมานี้นางวิ่งไปมาจนในที่สุดก็ถึงที่หมาย เมื่อเข้าไปในพื้นที่ปลอดภัยทำให้นางไม่อยากเคลื่อนไหวอีกเลย
“ข้าไม่อยากขยับ…อยากนอนที่…” นางพูดเสียงฮึมฮัม
หยางชูทั้งฉุนทั้งขำ “นอนอะไรของท่าน ท่านตั้งใจจะให้ข้าไม่ได้นอนหลับดีๆ ใช่หรือไม่”
นางหาวเหมือนคนที่อยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นแล้วพูดว่า “บางทีท่านอาจเปลี่ยนใจตอนดึก ต้องการขึ้นมาก็ได้”
“….”
หยางชูถูกนางทำให้ตนเองไม่มีอาการง่วงเลยสักนิด เขานอนลงบนเตียง สายตามองเพดานสักพักก็หันหน้ากลับมามองนาง
ผ่านไปนานในที่สุดเขาก็ยอมประนีประนอมตบนางเบาๆ “ท่านอยากนอนก็ถอดเสื้อนอกออกก่อนเถิดจะได้ไม่รู้สึกอึดอัด