ดเช่นนั้นแต่นางก็ยอมให้อาสวนลากนางออกไปแต่โดยดี
ภายในห้องหมิงเวยหัวเราะเบาๆ
เสียงแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู “สนุกหรือไม่”
หมิงเวยยิ้มอย่างยอมรับ “ใช่! อาหว่านรู้หรือไม่ว่านางรักพี่ชายมาก”
“นางรักหรือไม่ข้าไม่รู้…” มือของหยางชูที่แต่เดิมวางอยู่บนเข่าดีๆ ยกขึ้นสัมผัสแผ่นหลังนางแล้วขยับอย่างช้าๆ พลางพูดเสียงกระซิบว่า
“ข้าแค่อยากรู้ว่าท่านแน่ใจหรือว่าข้าอดกลั้นได้”
หมิงเวยชะงักไม่รอให้นางเปิดปากถามด้วยความสงสัยมือนั้นก็เลื่อนไปด้านหน้าแล้วประคองใบหน้าของนางไว้
วินาทีถัดมาเขาก้มศีรษะประทับริมฝีปากของนางอย่างแม่นยำ
“อื้ม…”
หมิงเวยครางเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากของพวกเขาแนบชิดกัน ปฏิกิริยาตอบสนองแรกคือความรู้สึกแปลกประหลาด จากนั้นก็รู้สึกว่าพวกเขาใกล้ชิดกันมากเกินไป เมื่อคิดดูอีกทีก็รู้สึกว่าเป็นความรู้สึกที่ไม่เลวเลยจึงปล่อยให้เขาทำต่อไป
ในตอนแรกเขารู้สึกเหมือนห่างหายจากเรื่องนี้ไปนานมาก เขาตักตวงจากริมฝีปากนางอย่างบ้าคลั่ง สมองรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากจนไม่คิดถึงเรื่องอื่นใดเลย จนกระทั่งหมิงเวยร้องเสียงอู้อี้และกัดปากเขาเบาๆ เขาจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อยและทำไปอย่างช้าๆ ค่อยๆ ละเลียดชิมริมฝีปากของนางราวกับปลาได้น้ำ
พวกเขาจุมพิตกันเป็นเวลานาน หมิงเวยหายใจหอบเล็กน้อยรู้สึกเหมือนจะไม่สบายขึ้นมา
อย่างไรก็ตามนางแค่ถอยออกมาเล็กน้อย ริมฝีปากของทั้งสองแยกจากกันครู่หนึ่ง เขาก็ตามมาประกบอีกครั้งราวกับเงาตามตัว
ใ