ึงเวลานี้ท่านออกเดินทางตั้งแต่ฤดูหนาวหรือ”
ตอนนี้เพิ่งเข้าฤดูใบไม้ผลิจากเมืองหลวงมาถึงเกาถางดูจากสภาพถนนน่าจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนหมายความว่านางเดินทางในช่วงปีใหม่งั้นหรือ
หมิงเวยพยักหน้า “ข้าออกเดินทางในเดือนสิบเอ็ดเจ้าค่ะ”
“ท่านใช้เวลาเดินทางสี่เดือนงั้นหรือ” หยางชูมองไปรอบๆ ซึ่งเหล่าผู้ลี้ภัยต่างส่งรอยยิ้มใจดีมาให้ “หรือเป็นเพราะพวกเขา”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ”
หนิงซิวเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางสงบ “หากพวกท่านต้องการรำลึกเรื่องเก่ากลับไปค่อยพูดคุยกันเถอะ ตอนนี้ทุกคนต้องการปักหลักที่นี่” จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองผ่านไป ถึงแม้เขาจะไม่พูดกล่าวหาอะไร แต่กลับทำให้หยางชูรู้สึกเขินอายขึ้นมาบ้าง
ถูกคนอื่นจ้องมองก็ช่างมัน…แต่ถูกศิษย์พี่จ้องมองด้วยสายตาเช่นนี้…เขารู้สึกอายเล็กน้อย
……….
ผ่านไปครึ่งชั่วยามหมิงเวยชำระกายเสร็จก็เปลี่ยนเสื้อผ้า และนั่งในห้องโถง มองดูเสี่ยวถงย่างเนื้อไปขณะเดียวกันก็สนทนากับตัวฝูเพื่อแบ่งปันประสบการณ์การทำอาหารกัน หลังจากนั้นไม่นานหนิงซิวที่ดูแลจัดการทุกอย่างเสร็จก็เดินสะบัดแขนเสื้อมาทางนี้
หมิงเวยรู้สึกมั่นใจหลังจากผ่านช่วงฤดูหนาวในสถานที่เช่นนี้แม้แต่หยางชูยังเปลี่ยนไปเล็กน้อย หนิงซิวเองก็ดูเปลี่ยนไปอย่างไม่ธรรมดาเช่นกัน
พวกเขามาถึงในช่วงฤดูหนาวไม้จึงมีไม่เพียงพอที่จะสร้างเรือนยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำเครื่องเรือนเลย พวกเขาแค่ใช้โต๊ะเล็กๆ เป็นโต๊ะอาหารแล้วนั่งบนเสื่อเหมือนคนโบร