ายตาวาววับ รอยยิ้มของหมิงเวยหายไปนางตอบด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำว่า
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ”
“แล้วแม่นางต้องการสิ่งใดกัน” ฟู่จินสงสัย เขาคิดว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับสตรีในการเดิมพันครั้งนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าสิ่งนี้แล้ว
หมิงเวยคิดเล็กน้อย “เรามายกตัวอย่างราชครูกันดีกว่าท่านรู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เสวียนตูกวันต้องรับผิดชอบคืออะไร”
ฟู่จินพยักหน้า “ปกป้องชะตากรรมแผ่นดิน คุ้มครองประชาชน”
หมิงเวยสบตาเขาตรงๆ “สำนักของข้าแม้จะแตกต่างจากรากฐานของเสวียนตูกวัน แต่เราก็มีความเชื่อที่คล้ายกัน”
ฟู่จินจงใจพูดว่า “แม่นางจะบอกว่าท่านไม่ต้องการอะไรขอเพียงทำให้ความเชื่อของสำนักเป็นจริงได้ก็พองั้นหรือ”
“นั่นเป็นเพียงข้อแรกเจ้าค่ะ” หมิงเวยตอบ “อย่างที่สองเป็นเหตุผลที่ส่วนตัวมาก”
“เหตุผลส่วนตัวอะไรหรือ”
หมิงเวยหยุดเอ่ยไปครู่หนึ่งแววตาของนางดูเศร้าสร้อย “ข้าต้องการช่วยชีวิตคนสองคนที่มีความสำคัญกับข้ามาก”
“จำเป็นต้องช่วยชีวิตผู้คนด้วยวิธีนี้หรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ” นางอยู่ในอารมณ์เศร้าเพียงชั่วครู่จากนั้นก็หายไปแล้วกลับมายิ้มอีกครั้ง “ขอเพียงบรรลุเป้าหมายนี้คนที่ข้าต้องการช่วยชีวิตก็จะสามารถมีชีวิตรอดได้”
ฟู่จินครุ่นคิดอยู่นานและส่ายหัว “สำนักของท่านช่างดูแปลกประหลาดจริงๆ…”
“และหากวันหนึ่งเป้าหมายของข้าบรรลุแล้วข้าอาจจะจากไป”
“จากไปงั้นหรือ”
หมิงเวยพยักหน้า “กลับไปในโลกที่ข้าควรอยู่เจ้าค่ะ”
ฟู่จินเป็นคนฉลาดไม่นานสมองของเขา