งคนเดียว นางคุกเข่านั่งหน้าเทวรูปพลางอุ้มห่อผ้าเอาไว้ สักพักนางได้ยินเสียงแผ่วเบาจากด้านหลังจึงหันกลับไป
หยางชูออกมาจากห้องโถงด้านข้างและจ้องไปที่นางด้วยสายตาว่างเปล่า
เผยกุ้ยเฟยกะพริบตาน้ำตาไหลจากเบ้าตา และหยดลงบนห่อผ้าทีละหยด
หยางชูจ้องมองนางแล้วเดินเข้าไปหา
เมื่อเขามาอยู่ตรงหน้าเผยกุ้ยเฟย เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่คุกเข่าลงและก้มศีรษะเท่านั้น เผยกุ้ยเฟยยื่นมืออันสั่นเทาออกไปหาและกอดเขาไว้ในอ้อมแขน
“ลูกแม่…”
นางไม่สามารถระงับอารมณ์ได้อีกต่อไปและร้องไห้ออกมาอย่างขมขื่น
ชุยชุ่นที่ได้ยินเสียงจากข้างนอกก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้า
เหนียงเหนียงเสียใจกับองค์ชายน้อยที่ไร้วาสนาจริงๆ เขาต้องรายงานต่อฝ่าบาทเพื่อที่พระองค์จะได้รู้สึกสงสารนางมากขึ้น
ภายในห้องโถง หยางชูเองก็น้ำตาไหลแต่ไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมองนาง
จนกระทั่งได้ยินเสียงเตือนของหมิงเวยดังขึ้นข้างหู “พวกท่านรีบทำเวลาหน่อย กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงไม่สามารถอยู่ที่นี่นานได้”
นางเพิ่งแท้งไปไม่กี่วันเดิมทีควรจะนอนอยู่บนเตียงเพื่อพักผ่อน ครั้งนี้ต้องหาเหตุผลเพื่อมาจุดธูปที่ศาลเจ้า หากนานเกินไปคนข้างนอกต้องไม่สบายใจแน่
เผยกุ้ยเฟยเองก็ได้สติแล้วยิ้มให้หมิงเวยด้วยความซาบซึ้งจากนั้นก็เช็ดน้ำตาบนใบหน้าตน สองแม่ลูกลุกขึ้นเพื่อไปพูดคุยกันที่ด้านข้าง
“เจ้ารู้ทุกอย่างแล้วใช่หรือไม่” เผยกุ้ยเฟยถามเสียงเบา
หยางชูพยักหน้าเขาบอกว่า “ข้า…ได้พบอาจารย์ฟู่แล้ว”