างชูถูกเลี้ยงโดยท่านปู่ท่านย่ามาตั้งแต่เด็กได้รับความรักอยู่คนเดียว โป๋วหลิงโหวถึงแม้ไม่ได้แข่งแย่งความรักกับหลานชาย แต่ก็ไม่ได้สนิมสนมกับเขาเช่นกัน
“ลำบากหรือไม่” เขาถาม
หยางชูตอบ “ไม่ขอรับ ผู้คุมไม่กล้าปฏิบัติไม่ดีต่อหลาน”
โป๋วหลิงโหวพยักหน้า “งั้นก็ดีแล้ว” เขาพูดอีกว่า “พระราชโองการของฝ่าบาท พวกเราทราบแล้วต้องเตรียมตัวอะไรบอกป้าของหลานได้เลย”
หยางชูชะงัก “หลานไปรับตำแหน่งไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรมากมาย ให้อาหว่านเตรียมให้ก็พอแล้วขอรับ เพียงแต่ร้านค้าเหล่านี้ในเมืองหลวงคงต้องรบกวนท่านป้าช่วยดูแล”
โป๋วหลิงโหวฮูหยินยังไม่ทันได้พูดอะไร ฮูหยินซื่อจื่อได้ยินดังนั้นก็รีบพูดขึ้นว่า “พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน น้องสามวางใจได้ พวกเราจะช่วยดูแลเป็นอย่างดี”
ซื่อจื่อพูดเสียงกระซิบ “ท่านแม่ยังไม่ได้พูดอะไร เจ้าจะพูดแทรกได้ยังไง!”
ฮูหยินซื่อจื่อหุบปากอย่างไม่เต็มใจ ไม่เข้าใจจริงๆ เด็กคนนี้ถูกลดขั้นไปอยู่ที่ซีเป่ย เห็นได้ชัดว่าหมดความโปรดปรานแล้วทำไมยังต้องสุภาพกับเขาอีก
แม้ว่าทรัพย์สินเรือนใหญ่จะมีมากกว่าเรือนรอง จำนวนคนก็มีมากกว่า ตอนนี้ทรัพย์สินในเรือนอยู่ในความดูแลของผู้อาวุโสทั้งสอง ไม่ค่อยมีอะไรตกอยู่ในมือของนางมากนัก เหมือนกับเรือนรองที่มีแค่เขาคนเดียวจึงได้ถือครองทุกอย่างด้วยตนเอง อีกทั้งองค์หญิงใหญ่และโหวผู้เฒ่ารักเขามากเพียงนั้น ผู้ใดจะรู้ว่าให้ทรัพย์สินส่วนตัวแก่เขาไปเท่าไร
ร้านค้าที่อ