การให้เขาเดินทางไปซีเป่ยถ้า…
หลู่เฉียนยิ้ม “ฝ่าบาทต้องการขอให้เขาไปฝึก แน่นอนว่าเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กุ้ยเฟยคงเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ”
เขาชะงักแล้วพูดอีกว่า “ให้เขาไปเกาถางดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ! ที่นั่นมีทุ่งหญ้า สภาพแวดล้อมค่อนข้างดี หูเหรินไม่มีทางบุกไปถึงที่นั่นแน่นอนรับประกันความปลอดภัยได้”
“เกาถางงั้นหรือ”
เกาถางเป็นสนามเลี้ยงม้าที่ใหญ่ที่สุดในยุคนี้ถูกใช้เพื่อเลี้ยงม้าให้กับกองทัพต้าฉีเป็นพิเศษ แม้ว่าจะอยู่ที่ซีเป่ยแต่ไม่ติดกับพวกหูเหรินมีเพียงทหารที่คอยดูแลสนามม้าอยู่รอบๆ ไม่มีทางติดต่อกับกองทัพซีเป่ยได้
ฮ่องเต้ลูบฝ่ามือ “ความคิดของหลู่เฉียนไม่เลวงั้นเอาตามนี้ละกัน!”
……….
ในวันนี้มีพระราชโองการลงมา
หยางชูรับพระราชโองการเขารู้สึกสับสน
ฮ่องเต้ยังไว้หน้าเขาอยู่โดยกล่าวว่าแม้ว่าเขาจะประมาทเลินเล่อ แต่เขาก็ไม่มีข้อผิดพลาดร้ายแรง ดังนั้นเขาจึงถูกถอนจากตำแหน่งเลขานุการ และย้ายไปดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ดูแลสนามเลี้ยงม้าที่เกาถาง
เจ้าหน้าที่ดูแลสนามเลี้ยงม้าเป็นขุนนางขั้นห้ามีการลดขั้นลงไปหลายระดับ อีกทั้งยังให้ไปอยู่สถานที่เช่นเกาถางซึ่งเห็นได้ชัดว่าถูกเนรเทศ ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ไป ทุกคนต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันอย่างแน่นอนว่าเขาทำให้ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยจนสูญเสียความโปรดปราน
หยางชูถอนหายใจด้วยความโล่งอกเขาคงต้องประเมินความสามารถของฟู่จินใหม่ เขาบอกให้ตนไปซีเป่ยก็พูดโน้มน้าวหลู่