่าคอยเตือน “ฝ่าบาท! เหนียงเหนียงอยู่ข้างในโปรดเบาเสียงลงเถอะพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นก็ไม่สามารถระบายอารมณ์ออกมาได้ เขาทำได้เพียงจับประตู และสูดหายใจเข้าหนักๆ จากนั้นก็ค่อยๆ สงบลง
หลังจากนั้นไม่นานพระองค์ก็โบกมือ และพูดด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง “จะมายืนตรงนี้ทำอะไร รีบไปรักษากุ้ยเฟยซะ หากนางเป็นอะไรขึ้นมาพวกเจ้าทุกคนถูกฝังแน่!”
หมอหวงรู้สึกเหมือนได้รับอภัยโทษเขารีบพูดรัวๆ ว่า “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปจัดยา กระหม่อมจะทำให้ดีที่สุด…”
หมอหลวงถอยออกไปแล้ว เมื่อเห็นท่าทางสิ้นหวังของฮ่องเต้ว่านต้าเป่าจึงถามเสียงเบาออกไปว่า “ฝ่าบาทไม่เข้าไปดูเหนียงเหนียงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เช็ดน้ำตาและก้าวเข้าไปในประตูห้องโถง
“ฝ่าบาท” ชุยชุ่นขันทีประจำพระราชวังเชียนชิวยืนอยู่นอกห้องเขาทำความเคารพด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
“กุ้ยเฟยเป็นอย่างไรบ้าง” ฮ่องเต้ถามอย่างใจเย็น
ชุยชุ่นตอบกลับเสียงเบา “เหนียงเหนียงตื่นแล้วพ่ะย่ะค่ะ…”
ฮ่องเต้ก้าวเท้าเข้าไปด้านใน ภายในห้องนอนเพิ่งมีการเปลี่ยนม่าน สีน้ำเงินเข้มเป็นสีของภูเขาที่อยู่ห่างไกล ทั้งไกลและกว้าง แต่เมื่ออยู่ในห้องที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก สีน้ำเงินเข้มและสีเทาอ่อนจึงสื่อความหมายว่าเหี่ยวเฉา
ฮ่องเต้รู้สึกเศร้าในใจ เขาแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นเผยกุ้ยเฟยนอนอยู่บนเตียงใบหน้าที่มีเสน่ห์ของนางดูซีดเซียว
ชั่วขณะหนึ่งความตื่นตระหนกกำลังจะครอบงำเขา ราวกับ