าในตอนนี้เพียงแค่ต้องการคำตอบ และคำตอบนั้นต้องรอให้ข้ามีอำนาจมากพอที่จะถามได้”
เขาอยากรู้ว่าปีนั้นเกิดอะไรขึ้นอยากรู้ว่าท่านปู่ท่านย่าเสียชีวิตได้อย่างไร
แล้วยังคนที่อยู่ในวัง ใช่มารดาของเขาหรือไม่ นางเข้าวังไปด้วยความเต็มใจหรือไม่
เรื่องของอนาคตเขาไม่อยากคิดไปไกลเพียงนั้น หมิงเวยเคยบอกเขาว่าอาจเกิดเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนั้นในอนาคตเป็นการดีกว่าที่จะเตรียมตัวก่อนแล้วจึงพิจารณาว่าจะทำอย่างไรเมื่อถึงจุดนั้น
ฟู่จินหัวเราะเสียงดัง “ดี! ไล่ตามอุดมคติอันสูงส่งทำงานสอดคล้องกับความเป็นจริง เช่นนั้นท่านยินดีไปซีเป่ยหรือไม่ ชีวิตที่นั่นอาจลำบากหน่อยไม่มีเสื้อผ้าอาหารดีๆ ไม่มีสุราสาวงาม วันๆ ทานแต่ทราย แม้แต่อาบน้ำก็ไม่ได้อาบตลอดแล้วยังต้องเผชิญหน้ากับทหารม้าที่แข็งแกร่งของหูเหริน อีกไม่นานจากคุณชายผิวขาวเนียนนุ่มก็จะกลายเป็นชายชาตรีที่มีกลิ่นเหม็นสาบหืนทั้งตัว ท่านยอมรับได้หรือไม่”
หยางชูพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เหตุใดอาจารย์ถึงคิดว่าข้าเป็นคุณชายผู้ดีผิวขาว ข้าไม่เคยนอนตอนยามห้า[1] อีกเลยตั้งแต่หกขวบ ข้ามีทั้งอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ อาจารย์สอนวิชาทหาร ขี่ม้า กระบี่ มาสอนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทักษะการยิงธนูก็ได้รับการสอนโดยท่านปู่ท่านย่า”
เขาเอื้อมมือออกไปหลังมือของเขาดูขาวเนียน แต่เมื่อพลิกกลับอีกฝั่งพบว่าผิวนั้นหยาบกร้าน “ข้าคิดว่าท่านย่าคงไม่อยากให้ข้าเสียเวลาเช่นนี้”
หนิงซิวรู้ว่าได้ข้อสรุปแล้ว