่ว่าสิ่งที่เขาพึ่งพาคือความรู้ที่เต็มเปี่ยมไม่ใช่หน้าตาจะไปกลัวอะไร
ยังไม่ทันเสแสร้งทำเป็นคาดเดาไม่ถูกลูกศิษย์ด้านข้างที่เห็นผู้อื่นดีกว่าอาจารย์ก็พูดขึ้นว่า “อาจารย์ยังมีอารมณ์จะออกมากินหัวหมู ท่านโน้มน้าวใจหลู่เซียงได้แล้วหรือขอรับ”
ฟู่จินหน้าตึงและเหลือบมองเขา “เจ้าค่อนข้างฉลาดนะ”
ดูเหมือนเจี่ยงเหวินเฟิงจะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดและตอบอย่างนอบน้อมว่า “อาจารย์ออกโรงเองแน่นอนว่าต้องสำเร็จ แน่นอนว่าศิษย์เชื่อใจในตัวท่านอย่างสุดหัวใจ”
“ฮึ!”
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ อันที่จริงนางไม่ได้หมายถึงแสดงอำนาจอะไรเพียงแค่กังวลว่าหยางชูอารมณ์ไม่ดีจึงตั้งใจเชิญฟู่จินมาดูเหมือนว่าอาจารย์ฟู่ผู้นี้จะอารมณ์ร้อน แต่ก็ไม่สำคัญหรอกผู้ที่มีความสามารถมักจะมีอารมณ์รุนแรงอยู่แล้วไม่ใช่หรือ
“อาจารย์ฟู่วางแผนจะแก้ปัญหาอย่างไรหรือ”
ในเมื่อถูกเจี่ยงเหวินเฟิงเปิดเผยแล้วเสแสร้งไปก็ไม่มีประโยชน์ ฟู่จินจึงพูดออกมาสี่คำ “หนีอำนาจศัตรู”
ทั้งห้าคนกำลังครุ่นคิด
ฟู่จินพูดว่า “เรื่องจบลงแล้ว ไม่มีที่สำหรับคุณชายที่จะอยู่ในเมืองหลวง แม้ว่าท่านจะอยู่ท่านก็ทำอะไรไม่ได้”
หนิงซิวพูด “ให้ศิษย์น้องไปกับข้าหรือ”
ฟู่จินกลอกตาอย่างโกรธเคือง “ตามท่านไปทำอะไรเป็นจอมยุทธ์พเนจรงั้นหรือ”
สีหน้าของหนิงซิวไร้อารมณ์ “เป็นจอมยุทธ์พเนจรไม่ดีอย่างไร เขาสามารถมีความสุขตลอดชีวิต”
ฟู่จินไม่อยากพูดกับเขาตอนแรกเขาไม่ถูกใจหมิงเวย แต่เมื่อเทียบกันแล้วนาง