ที่เรียบง่าย
มีบุรุษสองคนนั่งที่โต๊ะ คนหนึ่งสวมชุดนักพรตแค่ดูก็รู้ว่าเขาเป็นคนจากเสวียนตูกวัน ส่วนบุรุษอีกคนอยู่ในชุดฮั่นฝูสวมกวานสีทองเป็นคุณชายรุ่นเยาว์ผู้หนึ่ง
คุณชายผู้นั้นได้ยินเสียงจึงมองมาทางนี้
ภายใต้แสงนั้นใบหน้างดงามราวกับหยก ไฝชาดที่กึ่งกลางคิ้วนั้นดูโอ้อวดเป็นพิเศษ
ทันทีที่เห็นอีกฝ่ายความคิดทั้งหมดของเขาก็หายไปจากใจ ฟู่จินเดินตรงไปข้างหน้าอีกฝ่าย จ้องใบหน้านั้นอย่างระมัดระวัง และเฝ้าดูซ้ำแล้วซ้ำอีก
ผ่านไปนานเขาก็พูดกับเจี่ยงเหวินเฟิง “เจ้าควรพูดก่อนตั้งแต่แรกข้าจะได้เตรียมใจเอาไว้”
ปฏิกิริยานี้ทำให้เจี่ยงเหวินเฟิงประหลาดใจและตอบว่า “อาจารย์ต้องเตรียมตัวอะไรหรือ”
ฟู่จินส่ายหน้าไม่ตอบคำถามนี้จากนั้นก็โค้งคำนับอย่างเคร่งขรึม และเป็นทางการ
ในตอนนี้เขาไม่ได้พูดอะไร และดูเหมือนว่าไม่สมควรจะพูดอะไร หยางชูตกตะลึงพอคิดจะลุกไปประคองเขา อีกฝ่ายก็คำนับเสร็จแล้ว
“ท่าน…”
ฟู่จินยิ้มเขาในตอนนี้ดูเป็นผู้มีความรู้ที่แสนสุภาพ แต่คราวนี้เหตุผลที่เขาเป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อแสร้งทำ แต่เขาคิดว่ามันจำเป็น
“คุณชายรู้หรือไม่ว่าข้าคือผู้ใด” หยางชูพยักหน้าเงียบๆ
ฟู่จินหัวเราะ “เช่นนั้นก็ดีประหยัดเวลาอธิบาย”
ในที่นี้มีเพียงเจี่ยงเหวินเฟิงที่รู้จักทั้งสองฝ่ายจึงแนะนำอีกฝ่ายให้แก่กัน
เมื่อทักทายกันเสร็จหมิงเวยก็พูดขึ้นว่า “อาจารย์ฟู่เชิญนั่งเจ้าค่ะ เหตุผลที่เชิญท่านมาในวันนี้ท่านคงรู้อยู่แล้ว เวลามีไม่