้งปัญหาในอนาคตนี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เป็นฮ่องเต้ควรกระทำไม่ใช่หรือ”
หลู่เฉียนถอนหายใจ “แล้วท่านคิดจะทำอะไร หลายปีมานี้ท่านไม่เคยก้าวเข้ามาในเมืองหลวง เมื่อรู้ว่าเขามีโอกาสสูงที่จะมีชีวิตอยู่ทำไมถึงต้องมาเสี่ยงเพียงนี้ด้วย”
เมื่อคำพูดของอีกฝ่ายสื่อว่า ‘เขาจะสร้างปัญหา’ ฟู่จินก็ไม่พอใจ “ท่านพูดเองนะ! นี่ข้ากำลังคิดเพื่อเจ้าแผ่นดินเพื่อชาติบ้านเมือง ราชสำนักกำลังวุ่นวายเป็นเรื่องดีตรงไหนกัน”
หลู่เฉียนไม่ตอบอะไร
ฟู่จินต้องการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นจึงต้องอ่อนข้อให้ เขาถอนหายใจเงียบๆ ด้วยใบหน้าโศกเศร้าและหดหู่ “ท่านก็เห็นว่าจนถึงตอนนี้เขาไม่มีโอกาสแม้แต่นิดเดียว ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ข้าก็คิดที่จะทำสิ่งที่คนตายไหว้วาน เพราะฉะนั้นข้าอยากจะทำสิ่งสุดท้ายให้เขา และปล่อยให้เขาจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี จากนี้ไปทุกคนสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจไร้กังวลอีกต่อไป” หลู่เฉียนมองเขาด้วยแววตานิ่งสงบ
ฟู่จินมองกลับไปด้วยสีหน้าจริงใจ หลังจากนั้นไม่นานหลู่เฉียนก็ถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “จริงหรือ”
ฟู่จินยกมือ “ข้าสาบานในนามของบรรพบุรุษ”
ในที่สุดหลู่เฉียนก็สงบลงและพูดว่า “ได้ ท่านคิดจะให้เขาจากไปอย่างไร”
ฟู่จินยิ้ม “ให้เขาไปเลี้ยงม้าที่ซีเป่ย !”
หลู่เฉียนเลิกคิ้ว “ทำไมต้องเป็นซีเป่ย”
“เนรเทศไง! ที่นั่นรกร้างพอควร” ฟู่จินตอบอย่างไหลลื่น “แน่นอนว่าต้องให้เหตุผลแก่เขาเช่นระลึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษเตรียมรบเพื่อต้าฉี…