”
พูดจบเขาก็ถอนหายใจอีกครั้ง “พอนึกถึงเขาที่เป็นคุณชายต้องออกจากตระกูลร่ำรวยเพื่อเดินทางไปอยู่ที่ยากลำบากเช่นนั้นก็น่าสงสาร อีกไม่กี่ปีคนในเมืองหลวงก็คงลืมไปให้เขาออกจากราชการหรือไม่ก็กลายเป็นเศรษฐีได้เดินทางไปทั่วหล้า ใช้ชีวิตนี้อย่างมีความสุข แค่นี้ข้าก็ถือว่าไม่ละอายใจต่อคำร้องขอจากผู้ที่จากไปแล้ว”
หลู่เฉียนพยักหน้าช้าๆ “คำขอนี้ชายชราอย่างข้ารับปากให้ได้ แต่เจ้าต้องตอบรับคำขอของข้าด้วย”
ฟู่จินยิ้มเล็กน้อย “เชิญท่านบอกมาได้เลย”
“จบเรื่องนี้ท่านต้องไปจากที่นี่แล้วอย่าเข้ามายุ่งกับราชสำนักอีก!”
“ไอหยา ท่านก็กังวลเกินไป” ฟู่จินพูด “เรื่องนี้ข้าบอกไปตั้งนานแล้วท่านไม่ต้องห่วง!”
หลู่เฉียนหยิบที่คีบไม้ไผ่ขึ้นมาแล้วกดจุดไฟถ่าน “ท่านกลับไปพักเถอะ”
พูดจบบ่าวรับใช้ก็กลับมาพร้อมกับหมั่นโถว
ฟู่จินฉกมันมาทานอย่างมีความสุข “นายท่านปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยวเสียจริง เรือนของท่านใหญ่เพียงนี้ ไม่มีห้องให้ข้าอาศัยเลยหรือ มาๆ ย่างหมั่นโถวทานกันเถิด”
…………
สภาพแวดล้อมในคุกไม่สกปรกอย่างที่คนนอกคิด
ห้องขังที่แยกออกมาเดี่ยวๆ นอกจากไม่มีประตูที่เป็นทางการแล้วห้องนี้ก็ไม่ต่างจากห้องเดี่ยวเล็กๆ ในโรงเตี๊ยมเลย
ยิ่งไปกว่านั้นเหตุผลที่คุณชายสามตระกูลหยางถูกคุมขังนั้นแปลกเกินไป ผู้ใดจะกล้าละเลยฮ่องเต้กัน บางทีฮ่องเต้อาจกริ้วอยู่พักหนึ่ง และมีคำสั่งให้ปล่อยตัวในวันรุ่งขึ้นก็เป็นได้
เพราะฉะนั้นเขาไม่เพียงมีห้องเดี่ยว