เพิกเฉยต่อฝ่าบาทและขุนนางได้
เหวินยวนพูด “ไท่จื่อโปรดวางพระทัยกระหม่อมจะไปอธิบายให้ท่านพ่อและทุกคนทราบอย่างแน่นอน ให้พวกท่านเข้าใจในเจตนาของไท่จื่อจะไม่ให้พระองค์ลำบากพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
เจียงเชิ่งพยักหน้าด้วยความพอใจแม้ตระกูลเหวินจะไม่ธรรมดา แต่ตนชอบเหวินยวนผู้เป็นพี่ใหญ่ผู้นี้มาก ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ก็มีเสียงดังอยู่ข้างนอก
เจียงเชิ่งแปลกใจ “เวลานี้ผู้ใดมาส่งเสียงดังอะไรกันไม่เป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนของเสด็จพ่อหรืออย่างไร”
เหวินยวนคิดจะออกไปดู แต่ก็ได้ยินเสียงร้อนรนดังมาจากนอกกระโจมว่า “ไท่จื่อ ซิ่นอ๋องต้องการเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ”
เจียงเชิ่งตกใจ “น้องรองงั้นหรือ”
ม่านถูกเลิกขึ้นซิ่นอ๋องเจียงเฉิงที่เหงื่อเต็มหน้าผากสีหน้าดูมีความกังวลใจ เมื่อเขาเข้ามาก็ตะโกนขึ้นว่า “พี่ใหญ่ เกิดเรื่องแล้ว!”
เจียงเชิ่งถาม “เกิดอะไรขึ้น น้องรองรีบเช่นนี้หรือว่าเสด็จพ่อ…”
“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ!” เจียงเฉิงคว้ามือของเขา “ข้าเพิ่งไปพบเสด็จแม่ พบว่าด้านนอกเกิดความวุ่นวายดูเหมือนจะมีการลอบสังหาร พี่ใหญ่ ข้าพาคนมาที่นี่เพื่อมาคุ้มกันด้านนอกท่านอย่าออกไปเด็ดขาด สถานะของท่านกับเสด็จพ่อสำคัญมาก พวกท่านจะต้องห้ามเป็นอันตรายใดๆ”
เหวินยวนเป็นกังวล “ไท่จื่อ กระหม่อมจะไปเรียกทหารรักษาพระองค์มาที่นี่”
เจียงเชิ่งเองก็เห็นด้วย แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
หลังจากเหตุการณ์ที่เสวียนตูกวัน เสด็จพ่อมาเตือนเขาและบอกว