าวรับใช้ให้ไปทำอะไรบางอย่าง
เมื่อรอบกายไม่มีผู้ใดอยู่แล้วหมิงเวยจึงพูดเสียงเบา “การประทานรางวัลเช่นนี้ค่อนข้างแปลก ตระกูลของเราไม่ใช่ตระกูลที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์หรือเป็นตระกูลชนชั้นสูง เป็นแค่ตระกูลบัณฑิตธรรมดา หากฝ่าบาทต้องการประทานรางวัลให้พี่ใหญ่ การเรียกเข้าเฝ้าครั้งหนึ่งมีประโยชน์มากกว่าที่จะพระราชทานสมรสให้น้องกับพี่ห้าเสียอีก”
พูดกันตามตรงตระกูลจี้ไม่ต้องการรางวัลเช่นนี้เลย สมรสพระราชทานเป็นแค่สิ่งที่เสริมให้ดูดีขึ้นหากไม่มีก็ไม่เสียหายอะไร
จี้หลิงครุ่นคิดแล้วถามนางเสียงเบา “เรื่องของน้องกับคุณชายหยางเบื้องบนรู้หรือไม่” หมิงเวยไม่พูดอะไร
จี้หลิงเห็นท่าทีของนางก็พอเข้าใจอะไรขึ้นมาได้เขาพูดว่า “พี่ได้ยินว่าโป๋วหลิงโหวฮูหยินเข้าวังเพื่อขอร้องให้กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงจัดการเรื่องงานแต่งงานให้เขาดูเหมือนว่าจะมีคนคิดใช้ประโยชน์จากการแต่งงานของคุณชายหยาง”
หมิงเวยเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย
สถานะของหยางชูมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถใช้ประโยชน์จากการแต่งงานของเขาได้ คู่สามีภรรยาจากจวนโป๋วหลิงโหวและคนที่อยู่ในวัง
ฮ่องเต้ไท่จู่สิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว ฮองเฮาเองก็ไม่อยู่แล้วเช่นกัน ส่วนฮุ่ยเฟยไม่กล้ายื่นมือทำอะไรแน่นอน
คนในวังหลวงมีอยู่ไม่เกินสองคน หนึ่งในสามนั้นจะเป็นผู้ใดกัน
อำนาจจากจวนโป๋วหลิงโหว สองสามีภรรยาจากจวนนี้ไม่มีเหตุผลต้องเข้ามาวุ่นวายอะไร ส่วนกุ้ยเฟย หมิงเวยได้ยินหยางชูบอกว่านางอนุญาตตั้