งนานแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเพียงคนเดียว
หมิงเวยจิบชาแล้วถอนหายใจยาว “พี่ใหญ่ ท่านต้องการเป็นวีรบุรุษที่ซื่อสัตย์และชอบธรรมหรือไม่”
จี้หลิงไตร่ตรองประโยคนี้แล้วตอบ “หากน้องหญิงไม่คิดอธิบายละก็ คำถามนี้ก็ไม่สมเหตุสมผลนัก ทำไมไม่เปลี่ยนมาถามว่าพี่เชื่อใจน้องหรือไม่แทนเล่า”
“ถ้าอย่างนั้นพี่ใหญ่เชื่อใจน้องหรือไม่”
จี้หลิงยิ้ม “เชื่อสิ”
หมิงเวยพยักหน้า “ขอบคุณมากเจ้าค่ะ”
นางดื่มชาที่เหลือทั้งหมดจากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วพูดว่า “น้องมีเรื่องจะรบกวนพี่ใหญ่…”
ความลับนี้นางยังไม่ได้บอกหยางชูตนเองยังไม่มีหลักฐานที่แน่นอนด้วยซ้ำ คนที่รู้ในตอนนี้มีเพียงสองคนคือนางและหนิงซิว
หนิงซิวไม่สามารถพูดออกมาได้ นางเองก็เช่นกัน
เรื่องดาวมารในครั้งก่อน ฮ่องเต้มีเจตนาฆ่าเขาอย่างชัดเจน แล้วเหตุใดจู่ๆ พระองค์ถึงต้องการแทรกแซงเรื่องของเขาด้วย แล้วยังชื่นชอบเรื่องเล็กน้อยของสตรีอีก
นางต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
…………
ฟู่จินมองเจี่ยงเหวินเฟิงที่อยู่ตรงหน้าแล้วพูดออกไปว่า “ชีวิตคนที่เจ้าพูดถึงคือองค์หญิงหมิงเฉิงและผู้เฒ่าโป๋วหลิงโหว”
เจี่ยงเหวินเฟิงตกใจครู่หนึ่งจากนั้นคลื่นพายุก็พัดเข้ามาในหัวของเขา
องค์หญิงหมิงเฉิงและผู้เฒ่าโป๋วหลิงโหว!
วันที่สิบ เดือนสี่ เมื่อสามปีก่อน!
แม่นางหมิงกล่าวว่าเจ้าของตราประทับนี้ปรากฏตัวขึ้น ณ ที่แห่งหนึ่งในช่วงเวลาวิกฤตส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสองราย หมายความว่าก่อนที่องค์หญิงหมิงเฉิ