วันนี้ฮ่องเต้มีความสุขมาก พระองค์ประทานของรางวัลและเรียกขันทีมานับจำนวน บางครั้งก็มีคนวิ่งกลับมาตะโกนว่าได้เหยื่อกลับมาแล้ว เป็นบรรยากาศที่มีชีวิตชีวามาก
จนกระทั่งช่วงบ่ายได้มีการจัดลำดับก่อนหลัง อันดับที่หนึ่งคงไม่พ้นหยางชู
ฮ่องเต้ตรัสกับโป๋วหลิงโหวว่า “ดูเอาเถิด คุณชายสามจวนเจ้าไม่ใช่ว่าไม่มีดีเสียหน่อย”
โป๋วหลิงโหวกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เด็กคนนี้ศิลปะการต่อสู้เป็นเลิศ เมื่อนึกถึงท่านแม่ก็นึกถึงสนามรบพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ “พี่ใหญ่เป็นวีรสตรี พี่เขยเองก็เป็นบุรุษผู้กล้าหาญผู้หนึ่ง ช่างน่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถยกทัพไปทางใต้เลยไม่สามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้” ขุนนางทุกคนชื่นชม และยกย่ององค์หญิงหมิงเฉิงและโป๋วหลิงโหวมาก
ฮ่องเต้สังเกตเห็นชื่อที่ไม่คุ้นเคยอยู่ในลำดับสูงจึงเอ่ยถาม
“จี้หลิง คือบุตรตระกูลใดหรือ”
นายท่านจี้ที่กำลังต่อกลอนอยู่จู่ๆ ก็ถูกเพื่อนร่วมงานผลัก เขาจึงลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและตอบกลับว่า “ทูลฝ่าบาท เป็นบุตรชายของกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้จำเขาได้และถามด้วยความประหลาดใจ “จี้ชิงนี่เอง เป็นบุตรคนไหนหรือ”
นายท่านจี้ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “บุตรชายคนโตพ่ะย่ะค่ะ เขากำลังศึกษาอยู่ที่กั๋วจื่อเจียน”
ฮ่องเต้หัวเราะ “ก่อนหน้าเป็นจี้เหว่ย ตอนนี้มีจี้หลิงอีก ท่านมีบุตรกี่คนหรือ”
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีบุตรชายสองคนพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ลูบฝ่ามือพระองค์ดูมีความสุขมาก