จ้าค่ะ!”
สองพี่น้องพูดเรื่องปลดเบาทำเอาเหวินอิ๋งหน้าแดงก่ำ
นางชี้พวกเขาใช้เวลานานกว่าจะพูดว่า “เจ้า! พวกเจ้าพูดเรื่องนี้ออกไปได้เต็มปากช่างไร้มารยาทยิ่งนัก!”
จี้หลิงหัวเราะ “คุณหนูผู้นี้ คนอื่นพูดได้แล้วเหตุใดพวกเราจะพูดไม่ได้เล่า หากพูดถึงคนไร้มารยาท คนที่ปลดเบาไปทั่วต่างหากเรียกว่าไร้มารยาท”
เหวินอิ๋งโกรธจนควันแทบออกหู “เจ้าพูด….ทั่วทุกที่ พวกเราเป็นอย่างนั้นตรงไหนกัน!”
จี้หลิงพูด “ที่พวกเราพูดถึงคือสัตว์เดรัจฉานคุณหนูจะเดือดร้อนไปทำไม”
ทำเป็นด่าคนนี้ แต่ความจริงด่าคนนั้นแอบใส่ความให้ร้ายอยู่ลับหลังแล้วทำให้ตนเองดูสะอาด นี่เป็นการทะเลาะแบบอันธพาล
แม้ว่าเหวินอิ๋งไม่ได้ดีไปกว่าหลู่ชาน แต่นางก็เป็นคุณหนูจากตระกูลที่ดี ไม่ว่าหยิ่งทะนงแค่ไหน แต่นางไม่เคยพบกิริยาเช่นนี้มาก่อน แต่ถูกเขาตอกกลับจนนางพูดไม่ออก
นางไม่คิดมาก่อนว่าเวลาบัณฑิตผู้ดีสาปแช่งผู้อื่นจะโหดร้ายได้ขนาดนี้
เหวินหรูดึงนางอีกครั้ง “พี่สาม พวกเรากลับเถอะ”
ความโกรธของเหวินอิ๋งมีทางระบายออกทันทีนางหันกลับไปตบเหวินหรู “หุบปาก! ข้าให้เจ้าวิจารณ์ข้าในแง่ลบตั้งแต่เมื่อไรกัน พอแล้วสำหรับเจ้า! แต่ละวันทำตัวเหมือนคนที่ตายตามบิดามารดา ยังทำหน้าตานิ่งต่อหน้าข้าอีก อ้อ จริงสิบิดามารดาเจ้าตายไปแล้วนี่! เจ้าไม่ยอมรับความจริงใช่หรือไม่ ใครใช้ให้เจ้าโชคไม่ดีล่ะ ถ้ารับไม่ได้ก็กลืนมันลงไปซะ!”
เหวินหรูตะลึงที่ถูกอีกฝ่ายดุจนนางอ้าปากค้าง แต่ไ