ี่กระฉับกระเฉงฮึกเหิมนั้น พวกเขาแต่ละคนยามขี่ม้าก็สู้รบได้ เมื่อลงจากม้าก็สามารถว่าราชการได้ ในใจลึกๆ แล้วพระองค์รู้สึกอิจฉา รู้สึกว่าตนในฐานะน้องชายยังห่างชั้นจากพี่ๆ อยู่มาก พวกขุนนางเองก็คิดว่าบุตรของฮ่องเต้ไท่จู่เกิดมาเพียบพร้อม ฉีเหนือจะสามารถรวมแผ่นดินได้ในไม่ช้าแน่
ผู้ใดจะรู้ว่าหลังจากนั้นเหล่าองค์ชายมากความสามารถพวกนั้นจะถูกกำจัดทิ้งหมด
ฮ่องเต้ทราบดีว่าตนด้อยกว่าพี่ชายเมื่อขึ้นครองราชย์พระองค์ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องนี้ เพราะทุกครั้งที่นึกถึงพระองค์จะรู้สึกว่าบัลลังก์ที่ตนได้มานั้นเป็นเพราะโชคดี รู้สึกว่าตนไม่ใช่ฮ่องเต้ที่แท้จริง
ณ ตอนนี้พระองค์พูดออกไปอย่างรวดเร็วยังรู้สึกแปลกๆ ในใจ พระองค์คิดว่าหากตอนนั้นไม่เกิดเรื่องขึ้นคนที่ควรนำเหล่าขุนนางในเทศกาลชิวเลี่ยในตอนนี้คงเป็นพี่ใหญ่ใช่หรือไม่ สิบแปดปีแล้ว หากพี่ใหญ่ยังอยู่ไม่แน่ว่าตอนนี้อาจรวมแคว้นฉู่ใต้เข้าด้วยกันได้ผู้คนต่างยกย่องสรรเสริญ
เผยกุ้ยเฟยเห็นสีหน้าของเขาก็ครุ่นคิดเล็กน้อยจากนั้นก็ยิ้มออกมา “แล้วอย่างไรเพคะ พื้นที่ล่าสัตว์นี้เป็นพื้นที่ล่าสัตว์ของฝ่าบาท เหล่าขุนนางก็เป็นขุนนางของฝ่าบาท สัตว์ที่พวกเขาล่าก็เป็นของฝ่าบาท พระองค์คือฮ่องเต้จำเป็นต้องลงสนามด้วยตนเองหรือ ในเมื่อก็มีขุนนางส่งมอบให้ต่อหน้าพระพักตร์อยู่แล้ว”
ฮ่องเต้ได้ยินก็รู้สึกดีขึ้นพระองค์มองเผยกุ้ยเฟยด้วยรอยยิ้ม “สนมรักรู้จักเล่นลิ้นตั้งแต่เมื่อไรกันประจบจนเ