่งเขาเดินเข้ามาใกล้ถึงได้รู้ว่าเป็นใคร
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่” แน่นอนว่าคนที่มาเป็นหยางชู
เกิดรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาโดยไม่รู้ตัวน้ำเสียงของเขาก็นุ่มนวลกว่าเมื่อก่อนมาก “แค่ท่านเดินออกมาข้าก็รู้แล้ว”
หมายความว่าเขาส่งคนคอยจับตาดูอยู่ตลอด หมิงเวยยิ้มแล้วถอนหายใจ
เมื่อหนุ่มน้อยเอาใจใส่เขาก็ทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ
เขาหันหน้าไป “ตัวฝู อาหว่านถามหาเจ้า”
ตัวฝูที่ก้มหน้ามองเท้าตนเองพอได้ยินเขาพูดเช่นนั้นก็ตกใจ
“แม่นางอาหว่านถามหาข้าทำไมหรือเจ้าคะ” นางกับอาหว่านเดิมทีก็เข้ากันไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ
หยางชูชักสีหน้า “เรื่องของสตรีข้าจะไปรู้ได้อย่างไร นางอยู่ในกระโจมของข้าเจ้าไปหาเดี๋ยวก็รู้” แล้วเขาก็บอกที่ตั้งกระโจมของตน
ตัวฝูมองหมิงเวยเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้านางก็ตอบรับแล้วเดินกลับค่ายเพื่อไปหาอาหว่าน
หมิงเวยมองแผ่นหลังของตัวฝูแล้วส่ายหน้า “ทำไมถึงไล่นางไปเล่า”
หยางชูพูดอย่างตรงไปตรงมา “พวกเราสองคนอยู่ด้วยกันจะให้นางอยู่ทำอะไร”
“….” หมิงเวยถาม “ตอนนี้นางไม่อยู่แล้วท่านจะทำอะไรล่ะเจ้าคะ”
เมื่อพูดแบบนั้นใบหน้าของเขาก็ค่อยๆ แดงขึ้นอีกครั้งโชคดีที่ท้องฟ้ามืดแล้วจึงมองเห็นไม่ชัดนัก
เขากระแอมในลำคอ “ก็แค่เดินเล่นด้วยกันกับข้าเท่านั้นแหละ!”
หมิงเวยที่ไม่มีอะไรทำก็ตอบรับ “ได้เจ้าค่ะ”
ทั้งสองเดินไปสักพักนางก็รู้สึกมีบางอย่างไม่ถูกต้อง “ท่านจะไปไหน”
ท่าทางของเขาดูเหมือนจงใจเลือกสถานที่ห