้อยกับท่าทีเปลี่ยนไปกะทันหันของนางมืออันอ่อนนุ่มสัมผัสเส้นผมของเขาราวกับว่านางกำลังเกาที่หัวใจของเขาอยู่
“ท่าน…” เขาพูดตะกุกตะกักบังคับตนเองให้มีท่าทางดุดัน “ท่านทำอะไร”
“ปลอบท่านไงเจ้าคะ!”
แสงตะเกียงกลางคืนใต้ชายคาส่องลงมาบนใบหน้าของเขาผ่านช่องว่างกิ่งไม้
หมิงเวยเห็นใบหน้าของเขาแดงเล็กน้อยทำให้นึกถึงลูกสุนัขที่นางช่วยชีวิตไว้เมื่อตอนที่นางยังเป็นเด็ก เมื่อมันโกรธก็หันหลังให้นาง แต่หางยังคงกระดิกราวกับจะบอกว่ามาปลอบใจมัน! และตราบใดที่นางลูบขนมัน มันก็จะเชื่อฟังและทำตัวน่ารัก
“อย่าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วข้าจะประนีประนอม!” เขาพูดอย่างเย่อหยิ่ง “ไม่แต่งงานก็ได้ แต่ข้าไม่ยอมเป็นซีเหมินซิ่งแน่[1]!”
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ “หากพี่ห้ารู้ว่าท่านเห็นเขาเป็นอู๋ต้าหลาง[2]ต้องโกรธแน่”
“ก็ปล่อยให้เขาโกรธไปหากมีปัญญามาจัดการข้าก็เอาเลย!” เขาเชิดหน้าขึ้น ไม่คิดว่าจี้เสียวอู่เป็นคู่ต่อสู้เลยสักนิด หมิงเวยคิดถึงจี้เสียวอู่ที่อยู่ในเสวียนตูกวันก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
หยางชูเห็นท่าทางนางก็ย้ำว่า “อย่าคิดหลอกลวงข้าอีกข้าไม่ยอมแน่!”
“ขอข้าคิดก่อนเจ้าค่ะ” หมิงเวยถอนหายใจในที่สุด “ท่านลุงค่อนข้างเจ้าอารมณ์ จู่ๆ ไปบอกท่านว่าขอถอนหมั้นคงไม่ดีแน่หากท่านไปพูดเขาก็จะยิ่งโกรธ”
ได้ยินนางพูดเช่นนั้นหยางชูก็รู้สึกสงบลง “แล้วต้องรอถึงเมื่อไร เทศกาลชิวเลี่ยจะมาถึงอีกไม่กี่วันแล้ว”
หมิงเวยยิ้ม “ไม่ต้องรีบร้อนไป ถึงแม้ตอนนี้ถอ