็งามอยู่นะ ใบหน้างดงามเช่นนี้ รูปร่างดีเช่นนี้แล้วยังไม่ต้องรับผิดชอบอีก เขาไม่พอใจอะไรกัน
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ท้องฟ้าก็เริ่มมืด คนตระกูลจี้สั่งสอนนายท่านจี้เพียงพอแล้วต่างคนต่างกลับห้องไป นายท่านจี้รู้ดีว่าตนเองผิดเขาจึงทำตัวเงียบและไปนอนที่ห้องหนังสือ
ทั้งสองเรือนตกอยู่ในความเงียบสงบ หมิงเวยเตรียมกลับห้องไป แต่เมื่อเดินผ่านแปลงดอกไม้ก็มีมือยื่นออกมาจากด้านในและลากนางเข้าไปในเงามืด
เมื่อหันหลังพิงกำแพงรู้สึกถึงลมหายใจหนักของผู้อื่น นางเผชิญหน้ากับสายตาที่ทั้งรักทั้งชังที่สว่างวาบในความมืด
หมิงเวยกะพริบตา และถามออกไปผ่านสายตา ไม่ใช่เพิ่งวิ่งหนีไปหรอกหรือ ทำไมถึงกลับมาอีก อีกฝ่ายจ้องมองกลับมาแล้วถามเสียงต่ำ “ท่านบอกว่าไม่สามารถมีพันธะสมรสได้ แต่ท่านกลับหมั้นกับลูกพี่ลูกน้องของท่านน่ะหรือ!”
แล้วอย่างไร “ในเมื่อหมั้นกับเขาได้แล้วทำไมหมั้นกับข้าไม่ได้”
อืม…
หมิงเวยครุ่นคิด “มีเหตุผล”
“ถ้าเช่นนั้นท่านไปถอนหมั้นสิ!”
หมิงเวยเงยหน้าขึ้นถามเขาเสียงเบา “ข้าถอนหมั้นกับพี่ห้าแล้วมาหมั้นกับท่าน แต่ไม่ว่ากับผู้ใดข้าก็ไม่สามารถแต่งงานได้ไม่ถือว่าทำเรื่องยุ่งยากเกินความจำเป็นหรอกหรือ”
“….” หยางชูพูดน้ำเสียงดุร้าย “แล้วอย่างไรหากท่านไม่ถอนหมั้น สักวันเขาก็กลายเป็นคู่หมั้นท่าน! งั้นข้าไม่ถือว่าขโมยสตรีที่มีสามีแล้วหรอกหรือ”
หมิงเวยหุบยิ้มนางเขย่งปลายเท้าใช้มือลูบศีรษะเขาแผ่วเบา
หยางชูรู้สึกงุนงงเล็กน