็นเช่นนี้ข้าก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรเจ้าค่ะ”
หยางชูหน้าแดง “หนุ่มน้อยอะไรกันท่านแก่กว่าข้างั้นหรือ”
“ไม่ใช่ แต่ข้าเคย…”
“อย่าพูดว่าเคยได้หรือไม่ ท่านมาจากอนาคต หรือพูดได้ว่าไม่แน่ข้าอาจแก่กว่าท่านหลายสิบปี!”
“….” เด็กคนนี้ปากคอเราะรายขึ้นนะ
หมิงเวยกระแอมเล็กน้อย “แล้ว…ท่านอยากจะพูดอะไรหรือ”
หยางชูหันหน้าไปทางอื่น นางจึงเห็นแต่ภาพด้านข้างของเขา นางเห็นว่าหูของเขาเป็นสีแดง “ก็…เรื่องนั้นแหละ! ข้าเดาว่าครั้งนี้ข้าคงหนีไม่พ้นท่านช่วยข้าแก้ไขด้วย”
“อ้อ…” หมิงเวยพยักหน้า “ได้เจ้าค่ะ ให้ข้าป่วนงานใช่หรือไม่ ข้าขอคิดหาวิธีก่อน ให้พวกภูติผีออกมาเต้นรำดีหรือไม่เจ้าคะ อย่างเมื่อตอนอยู่ที่ตงหนิง…”
“ท่านพอได้แล้ว!” หยางชูโกรธจนควันพุ่งออกจากจมูก แต่หมิงเวยยังคงหัวเราะเช่นนั้น เขาจึงไม่สามารถโกรธได้
นางมองเขาเช่นนี้ แม้แต่ดวงตานางยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดูสดใสและนุ่มนวลราวกับสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบาทำให้รู้สึกคันเล็กน้อย
เขาโน้มตัวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัวแล้วโพล่งออกไปว่า “ท่านถอนหมั้นแล้วมาแต่งกับข้าแทน ตกลงหรือไม่”
“…”
หมิงเวยก้มหน้าดื่มชา พอเขาพูดออกไปใบหน้าของเขาแดงระเรื่อ จากนั้นเขาก็รวบรวมความกล้าพูดออกไปอีกว่า “กุ้ยเฟยเคยรับปากข้า ขอเพียงแค่ชอบพอ เรื่องอื่นไม่สำคัญ ท่านลุงท่านป้าบอกว่าขอเพียงให้ข้าแต่งงาน แบ่งเบาภาระให้พวกเขา ขอเพียงท่านพยักหน้าข้าจะจัดการเรื่องอื่นให