้เองทางฝั่งลุงของท่านข้าจะไปพูดให้” หมิงเวยถอนหายใจและเงยหน้ามองเขา
ใบหน้าของนางไร้รอยยิ้มแววตาของนางอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม นางมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจังราวกับมองเห็นถึงความจริงใจและเสน่หาของเขา
หยางชูรู้สึกร้อนใจและพูดต่อไปว่า “ข้ารู้ว่าตระกูลจี้ปฏิบัติต่อท่านเป็นอย่างดี เรื่องถอนหมั้นข้าจะชดเชยให้พวกเขาแน่ ส่วนจวนโป๋วหลิงโหวท่านชอบความอิสระไม่จำเป็นต้องพักที่นั่นก็ได้ ไม่เป็นไร พวกเราสามารถย้ายออกไปได้ เมื่อตอนที่ท่านปู่ยังมีชีวิตอยู่ข้าย้ายตัวออกมาแล้วส่วนที่ข้าได้รับแม้เทียบไม่ได้กับเรือนหลักแต่ก็สามารถเลี้ยงดูท่านได้ พวกเราสามารถอาศัยที่เรือนในซอยผิงฝูได้ซึ่งห่างจากที่นี่ไปไม่ไกล…”
“ไม่ดีเจ้าค่ะ”
“ไม่อย่างนั้นซื้อเรือนถัดไปให้ท่านลุงของท่านย้ายไปอยู่…” พูดได้ครึ่งทางเขาก็หยุดกะทันหันดวงตาคมจับจ้องใบหน้าของนาง
“ท่านพูดว่าอะไรนะ”
“ไม่ดีเจ้าค่ะ” หมิงเวยสบตาเขาและพูดเสียงเบาแต่ทว่าหนักแน่น “พวกเราไม่สามารถแต่งงานกันได้”
หยางชูอ้าปากอยากจะพูดแต่พูดไม่ออก
ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ จิตใจของเขาว่างเปล่าเขาลืมไปด้วยซ้ำว่าทำไมตนถึงมานั่งอยู่ที่นี่ คำพูดที่ยาวเหยียดถูกลบออกจากหัวของเขาเสียอย่างนั้นซึ่งใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ
นางพูดว่าอะไรนะ อะไรไม่ดี
หมิงเวยถอนหายใจนางกุมมือเขาที่ยื่นออกมาแต่ไม่กล้าเขย่า
หยางชูสั่นอย่างรุนแรงเขาจ้องมองที่นางอย่างตั้งใจราวกับว่าเขาเพิ่งกลับมาสู่ความเป็นจริง “ท