ี่มีความรู้มากแม้จะไม่ได้รับราชการ แต่ชื่อเสียงของเขาดังมาก เขามีลูกศิษย์และสหายมากมายอยู่ทั่วทั้งในราชสำนักและตามเมืองต่างๆ สถานศึกษาซานไถอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงใช้เวลาเดินทางเพียงหนึ่งถึงสองวันเท่านั้น
“ใต้เท้าเห็นเมื่อไรหรือเจ้าคะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงนึกย้อน “ข้าเข้าเรียนที่สถานศึกษาซานไถตอนอายุสิบสามจนกระทั่งสอบเข้ารับราชการหากนับดูแล้วน่าจะเป็นสิบสามหรือสิบสี่ปีที่แล้วได้”
หมิงเวยคิดว่าจะต้องไปพบอาจาร์ฟู่ผู้นี้ให้ได้ หยางชูเคยบอกว่าตราประทับนี้มีข้อกำหนด ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่ตราประทับนี้จะอยู่ในมือของคนที่ไม่ใช่สมาชิกราชวงศ์ หากมีหนึ่งอันอยู่ในมือของอาจารย์ฟู่ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ไม่เพียงพอที่จะได้รับความไว้วางใจ
นางยังครุ่นคิดว่าจะพบอาจารย์ฟู่ผู้นี้ได้อย่างไร เจี่ยงเหวินเฟิงที่ตระหนักได้ทันทีจึงถามออกไป “แม่นางหมิง ตราประทับนี้มีปัญหาอะไรหรือหากข้าสามารถช่วยอะไรได้แม่นางอย่าได้ลังเลที่จะขอ”
ให้หยางชูไปคงไม่เหมาะสมหนิงซิวเป็นชาวยุทธภพ ตนมีพี่ชายสองคน จี้เสียวอู่อยู่ในเสวียนตูกวัน จี้หลิงกำลังเตรียมตัวสอบเข้ารับราชการ แต่จะให้นางไปพบคนเดียวมีความเป็นไปได้สูงที่อาจารย์ฟู่จะไม่มาพบนางยิ่งไปกว่านั้นนางเป็นคนแปลกหน้า หากต้องการสอบถามเรื่องนี้คงไม่มีทางได้เริ่มต้นถามหรอก
หมิงเวยพูดว่า “หากไม่เป็นการรบกวน เรื่องนี้ข้าคงต้องรบกวนท่านแล้วเจ้าค่ะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า “แม่นางหมิ