ห้อวี้หยางพูดเช่นนั้น….
เจียงเชิ่งหนาวจนตัวสั่นระริกเขาทั้งกลัวทั้งแค้นในใจ แม้แต่เรื่องดาวมารยังไม่ทำให้เสด็จพ่อสงสัยในตัวเด็กคนนั้นมากขึ้น ในใจเสด็จพ่อเด็กคนนั้นควรค่าในการให้ความเชื่อถือเพียงนั้นเลยหรือ
“ไท่จื่อ!” อวี้หยางตกตะลึง “กระหม่อมพูดเช่นนั้นไปก็เพื่อไท่จื่อนะพ่ะย่ะค่ะ! กุเรื่องโกหกขึ้นมาทั้งที่ไม่มีมูลความจริงแล้วโยนความผิดให้ผู้อื่น! พระองค์จะไม่สนใจเรื่องนี้เลยหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เจียงเชิ่งกำลังจะพูด แต่จู่ๆ ทหารองครักษ์ด้านนอกก็ตะโกนขึ้นมาว่า
“ฮ่องเต้เสด็จ!”
เจียงเชิ่งตกใจเขารีบเดินออกไปโดยไม่สนใจอวี้หยาง
ฮ่องเต้เสด็จมาถึงแล้วพระองค์กวาดตามองอวี้หยางที่อยู่ที่นี่ด้วยสีหน้าไม่แยแส “ที่แท้นักพรตอวี้หยางและไท่จื่อสนิทสนมกันเช่นนี้เป็นเจิ้นที่ประมาทเลินเล่อเอง”
เจียงเชิ่งได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจเขาจึงรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อคำนับ “คารวะเสด็จพ่อ หากเสด็จพ่อมีเรื่องอะไรขอแค่เรียกลูกจะไปหาทันทีเหตุใดถึงได้มาด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้นั่งลงและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เจิ้นกลัวละอายใจ! หากไม่มาด้วยตนเองจะให้ผู้อื่นรู้เรื่องดีๆ ที่เจ้าทำงั้นหรือ”
คำพูดที่ไม่มีความเกรงใจทำให้เจียงเชิ่งรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เสด็จพ่อ!”
แววตาของฮ่องเต้เย็นชาพระองค์มองอวี้หยาง “ท่านนักพรตกลับไปก่อนเถิด ให้พ่อลูกคุยกันเสียหน่อย”
อวี้หยางจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร เดิมทีเขาคิดว่าตนเองจบสิ้นแล้ว ฮ่องเ