ต้ให้เขาออกไปหมายความว่าตนรอดพ้นแล้ว “กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”
พูดจบก็เดินออกไปเมื่อพ้นประตูเขาก็รีบวิ่งหนี ฮ่องเต้มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายก็แค่นหัวเราะแล้วหันมามองไท่จื่อด้วยสายตาดูถูกราวกับจะพูดว่านี่หรือคนที่เจ้าเลือก
เขาส่งสัญญาณทางสายตาว่านต้าเป่าจึงกล่าวว่า “ฝ่าบาทมีเรื่องจะคุยกับไท่จื่อ คนไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด!”
เมื่อจัดการไล่คนของไท่จื่อออกไปหมดแล้วว่านต้าเป่าเองก็พาตนเองออกไปเช่นเดียวกันเขาจัดการปิดประตูเสียงเบา
หัวใจของเจียงเชิ่งเย็นเยียบเขามองฮ่องเต้อย่างประหม่าและเอ่ยเรียก “เสด็จพ่อ” เสียงแผ่วเบา
สีหน้าของฮ่องเต้มืดครึ้มพระองค์มองเขาด้วยสายตาเย็นชาเมื่อเห็นเช่นนั้นเจียงเชิ่งจึงนั่งลงคุกเข่าดัง ‘ตุบ’ และก้มหน้าลง
ฮ่องเต้ถอนหายใจความผิดหวังที่ไม่อาจบรรยายได้ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของเขา “เจ้าคิดว่าตนเองเหมือนรัชทายาทตรงไหนกัน เจิ้นยังไม่ทำอะไรเจ้าก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วฉับไวรู้หรือไม่ว่าตนเองผิด”
เจียงเชิ่งก้มหน้าไม่พูดอะไรสีหน้าของฮ่องเต้มืดมนพระองค์ตะคอกเสียงดัง
“ตอบ! เวลานี้จะมาแสร้งเป็นใบ้ทำไม!”
เจียงเชิ่งเปิดปาก “ลูก…”
ฮ่องเต้กุมหน้าผากพระองค์รู้สึกปวดพระเศียรอีกครั้งและกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน “ก่อนที่อวี้หยางมาหาเจิ้นเขาไปหาเจ้าก่อนใช่หรือไม่”
เจียงเชิ่งก้มหน้ายอมรับด้วยความจำนน “เหตุใดต้องทำร้ายเขาด้วย” เจียงเชิ่งก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม
ฮ่องเต้คว้าถ้วยน้ำชามาทุบจนแตก