“เหตุใดตอนนี้ถึงไม่กล้าพูด เจิ้นไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกล้าถึงเพียงนี้! ใช้ประโยชน์จากเรื่องดาวมารมากำจัดเสี้ยนหนาม! หากเจิ้นเชื่อว่าเขาเป็นดาวมารตัวจริง เจิ้นจะกลายเป็นนักโทษแผ่นดินต้าฉีเจ้ารู้หรือไม่!”
เจียงเชิ่งตกใจ “ลูกไม่ได้หมายความเช่นนั้นลูกแค่…”
“แค่อะไร” ฮ่องเต้มีสีหน้าบูดบึ้ง “เหตุใดต้องใส่ร้ายเขาด้วย พูด!”
ผ่านไปสักพักเจียงเชิ่งตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เพราะ…ลูกอิจฉา”
ฮ่องเต้หรี่ตา
ในเมื่อพูดออกไปแล้วเจียงเชิ่งก็ไม่คิดซ่อนความรู้สึกอีก “ลูกอิจฉาเขา อิจฉาที่เขาได้ใจเสด็จพ่อได้ง่าย อิจฉาที่เขาอยู่ใกล้เสด็จพ่อตลอดเวลา เสด็จพ่อ นานแค่ไหนแล้วที่ท่านไม่เรียกลูกเป็นการส่วนตัวไม่เสวยพระกระยาหารร่วมกัน แม้แต่ความเห็นของลูกเสด็จพ่อก็ไม่ได้ตั้งใจฟังลูกมานานแล้ว…”
ฮ่องเต้ตกใจ
เจียงเชิ่งเงยหน้าขึ้นดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความขุ่นเคือง “แต่เรื่องนี้สำหรับเขากลับได้มาอย่างง่ายดาย! เพราะเหตุใดหรือพ่ะย่ะค่ะลูกไม่ใช่ลูกคนโปรดของเสด็จพ่ออีกต่อไปแล้วหรือ เพราะมีเขาเสด็จพ่อก็ไม่ต้องการลูกแล้วหรือ”
เจียงเชิ่งซ่อนใบหน้าของตนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ตั้งแต่เสด็จแม่จากไป ลูกรู้สึกเหมือนสูญเสียเสด็จพ่อไปในเวลาเดียวกัน เสด็จพ่อไม่ใกล้ชิดลูกอีกต่อไป ไม่สอนการเมืองลูกด้วยตนเองอีกต่อไป เสด็จพ่อ…หากท่านไม่ต้องการลูกแล้ว เหตุใด…”
ประโยคสุดท้ายเจียงเชิ่งระงับเอาไว้ ผ่านไปนานเขาได้ยินเสียงถอนหายใจของฮ่อ