เงยหน้าขึ้น
หมิงเวยย่อกายทำความเคารพ “หม่อมฉันหมิงเวย ถวายบังคมกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเพคะ”
“ไม่ต้องมากพิธีหรอก” เผยกุ้ยเฟยยิ้มพลางยกมือขึ้นหันหน้าไปสั่งการนางใน “ไปหาเก้าอี้มาให้แม่นางหมิงหน่อย” นางในรับคำและนำเก้าอี้มาวางข้างกายนาง
เผยกุ้ยเฟยไม่พอใจ “ขยับเข้ามาใกล้หน่อย วางตรงนี้”
ตำแหน่งที่นางชี้อยู่ติดกับโต๊ะวาดรูป นั่นทำให้หมิงเวยรู้สึกลังเล “เหนียงเหนียง…”
“นั่งเถอะ” เผยกุ้ยเฟยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “วันนี้ไม่ใช่การเข้าพบอย่างเป็นทางการ พวกเราตามสบายเถอะไม่ต้องเกร็งเพียงนั้นหรอก”
“เพคะ” หมิงเวยจึงเดินเข้าไปนั่งเบาๆ
ทั้งสองคนนั่งห่างกันเพียงแค่โต๊ะวาดรูปกั้นเท่านั้นซึ่งทำให้มองเห็นกันและกันได้ชัดเจน
หมิงเวยแอบชื่นชมอีกฝ่ายในใจไม่แปลกใจเลยที่ทุกคนยกให้นางเป็นพระสนมล่มเมืองเผยกุ้ยเฟยผู้นี้เป็นหญิงงามล่มเมืองจริงๆ
นางเคยคิดว่าฮูหยินสามจากตระกูลหมิงงามเหนือจินตนาการแล้ว แต่ตอนนี้เมื่อได้พบกับเผยกุ้ยเฟยถึงตระหนักได้ว่ามีหญิงงามเช่นนี้ในโลกนี้ด้วย งดงามไม่แพ้กันเลย
ความงามของฮูหยินสามอยู่ที่ความงามที่แสนนุ่มนวล มีเสน่ห์ ช่างเอาใจใส่ ส่วนความงามของเผยกุ้ยเฟยนั้นเป็นแบบข่มคน แม้นางจะแต่งกายเรียบๆ แต่เห็นแวบแรกก็รู้สึกทึ่ง หญิงงามเช่นนี้เพียงได้พบครั้งหนึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนลืมไม่ลงชั่วชีวิต
เมื่อมองอย่างละเอียดใบหน้าของนางนั้นเหมือนกับหยางชูมาก นางกำลังมองเผยกุ้ยเฟย เผยกุ้ยเฟยก็