มองนางด้วยเช่นกัน
ครั้งแรกที่เห็นแม่นางผู้นี้เกิดมางดงามมาก นางเดินอย่างช้าๆ มาที่ศาลาท่ามกลางสายลมในฤดูใบไม้ร่วง ราวกับนำน้ำใสในฤดูใบไม้ร่วงและท้องฟ้าอันสดใสเข้ามาในห้องนี้ด้วย
เห็นได้ชัดว่าท่าทางนุ่มนวลอ่อนหวานกลับมีความขมขื่นเล็กน้อยซึ่งแตกต่างจากท่าทางอ่อนแออย่างสิ้นเชิงแล้วนางก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาในชั่วพริบตา
ใบหน้างดงาม บุคลิกดี ไม่แปลกใจเลยที่เด็กคนนั้น…
“เปิ่นกงได้ยินเรื่องเจ้ามาก่อน” ประโยคแรกทำให้หมิงเวยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี นางเงยหน้าขึ้นมองเผยกุ้ยเฟย
เผยกุ้ยเฟยยิ้ม “เจ้ากล้าหาญมาก การเข้าพบครั้งแรกน้อยนักที่จะมีใครกล้ามองหน้าเปิ่นกงตรงๆ เช่นนี้”
หมิงเวยยิ้มอย่างเขินอาย “กุ้ยเฟยบอกให้ทำตัวตามสบายหม่อมฉันก็เลย…”
เผยกุ้ยเฟยหัวเราะออกมา “คงไม่ใช่แค่เพราะเหตุผลนี้หรอก เจ้ามีความสามารถเช่นนี้ไม่ว่าจะไปที่ใดเจ้าก็ไม่คิดกลัวใช่หรือไม่”
หมิงเวยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “อันที่จริงกุ้ยเฟยดูเป็นกันเอง หม่อมฉันจึงมีความกล้าเพคะ”
“อ้อ” เผยกุ้ยเฟยเอนหลังเล็กน้อย “ภายนอกของเปิ่นกงดูเป็นกันเองขนาดนั้นเลยหรือ” เรื่องนี้ดูเป็นเรื่องโกหกเล็กน้อย เผยกุ้ยเฟยเกิดมางดงาม แต่เป็นความงามที่ผู้อื่นไม่กล้ามอง
หมิงเวยตอบกลับว่า “อาจเป็นเพราะรูปลักษณ์ของกุ้ยเฟย หม่อมฉันจดจำไว้ในใจนานแล้วเพคะ”
เผยกุ้ยเฟยมองดูนางอย่างครุ่นคิดแล้วพยักหน้า “เจ้าหมายถึงคนที่คล้ายกับเปิ่นกงงั้นหรือ” หมิงเวยไม่รู้คว