ุ้ยเฟยมองสีหน้าของอีกฝ่ายอย่างละเอียดแล้วยิ้ม “ดูเหมือนฝ่าบาทจะแก้ปัญหาได้แล้ว ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันคงไม่พูดอะไรมาก”
ฮ่องเต้หันมาตบผ้าห่มเบาๆ “ให้สนมรักเป็นห่วงแล้ว นอนเถอะ”
“เพคะ” เผยกุ้ยเฟยหลับตาลงแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนฝ่าบาทไม่คิดจะสืบหาความจริง เช่นนั้นก็ดีแล้ว…
…………
หมิงเวยกลับมาในเขตเสวียนตูกวัน แต่ยังไม่ทันเข้าไปในเรือนพักก็เห็นเงาของคนผู้หนึ่งซ่อนอยู่ในความมืด พอนางเดินเข้ามาอีกฝ่ายก็เคลื่อนไหวทันที
“เจ้ายังคิดจะกลับมาอีกหรือ!” กล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
หมิงเวยยิ้ม “พี่ห้ากำลังรอข้าอยู่หรือเจ้าคะ”
จี้เสียวอู่พูด “ข้าจะบอกว่าเจ้าไม่คิดว่าตนเองทำเกินไปงั้นหรือ ก่อนหน้านี้อยู่ที่จวนกลับมาสายบ้างไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เราอยู่ข้างนอกแล้วยังออกไปข้างนอกกลางดึกอีก คิดบ้างหรือไม่ว่าตนเองเป็นหญิงสาวในจวนคนหนึ่ง ท่านพ่อท่านแม่ถามหาอยู่หลายรอบ ข้าเลยต้องออกมารอ”
หมิงเวยไม่สนใจ “ไม่ใช่ว่าให้ตัวฝูกลับมารายงานแล้วหรือเจ้าคะ”
“เจ้าคิดว่ารายงานไปแล้วพวกเขาจะไม่กังวลงั้นหรือ ขอร้องเจ้าล่ะ เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่พวกเขาเป็น!”
หมิงเวยขอโทษ “ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าคิดไม่รอบคอบเอง”
จี้เสียวอู่เม้มปาก “ยังจะเสแสร้งอีก ขอโทษเร็วกว่าใครเช่นนี้ครั้งหน้าเจ้าก็ไม่สำนึกผิดอีกคิดว่าข้าไม่รู้งั้นหรือ”
หมิงเวยได้แต่ยิ้ม “พี่ห้าเข้าใจข้าดีเสียจริง”
จี้เสียวอู่แค่นหัวเราะ “หน้าหนาจริงๆ!”
หลังจากเงียบไปครู่หน