ึ่งหมิงเวยก็ถามว่า “พี่ห้าไม่กลับเข้าไปหรือ”
จี้เสียวอู่ยังคงพิงกำแพงไม่ขยับไปไหน เขามองหมิงเวยตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดว่า “เจ้ายังไม่พูดข้าจะไปไหนได้”
“ท่านอยากรู้งั้นหรือ”
จี้เสียวอู่หันหน้าไปมองดอกไม้บนถนน “สัญชาตญาณบอกข้าว่าเจ้ากำลังทำเรื่องลับบางอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเจ้าหลอกใช้ เข้าใจแผนการของเจ้าก่อนจะเป็นการดีกว่า”
หมิงเวยอยากจะหัวเราะ “พี่ห้าอย่าบอกนะว่า…ข้าก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เช่นกัน”
“เจ้าคงกำลังคิดว่าจะหลอกพวกเราอย่างไรล่ะสิ”
“ใช่! เรื่องนี้หากจะต้องทำจริงๆ ไม่ใช่แค่ท่าน แต่ท่านลุง พี่ใหญ่ต้องกระโดดลงหลุมด้วยกันเจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่หันกลับมามองนางด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้าหลอกใช้ข้าไม่เป็นไร แต่พวกเขาเป็นคนธรรมดาที่แค่ต้องการใช้ชีวิตธรรมดา”
หมิงเวยประหลาดใจ “พูดเช่นนี้หมายความว่าพี่ห้าเต็มใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อแลกกับอิสรภาพของท่านลุงกับพี่ใหญ่หรือ” จี้เสียวอู่แค่นหัวเราะไม่ตอบอะไร
“ก็ได้เจ้าค่ะ” หมิงเวยครุ่นคิด “หากพี่ห้าเต็มใจช่วยข้าด้วยความจริงใจ ถ้าเช่นนั้นข้าก็จำใจยินดีรับไว้”
“เหอะ!” จี้เสียวอู่ทนไม่ไหว “เห็นได้ชัดว่าเจ้ากำลังหลอกใช้คนอยู่ พูดเหมือนว่าข้าต้องขอบคุณเจ้าด้วยเช่นนั้นแหละ”
“ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วเจ้าค่ะ!” หมิงเวยตอบได้หน้าหนามาก นางเดินผ่านจี้เสียวอู่เข้าไปในเรือนพัก
“เดี๋ยว! เจ้ายังอธิบายไม่ชัดเจนเลยนะ!” จี้เสียวอู่จำเป็นต้องตามเข้ามา
หมิงเวยผลักป