งผู้ใด”
“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด กระหม่อมไม่เห็นด้วยในสิ่งที่ศิษย์พี่อวี้หยางทำ”
ฮ่องเต้หัวเราะเสียงดัง “เป็นเด็กที่มีพลังเต็มเปี่ยมจริงๆ เมื่อก่อนเห็นเจ้าอยู่ข้างกายท่านราชครู ช่างเป็นคนสุขุมเสียจริงไม่คิดว่าจะมีช่วงเวลาที่ไม่สามารถนิ่งสงบได้”
เสวียนเฟยก้มหน้าสารภาพความผิด “กระหม่อมทำให้ฝ่าบาทผิดหวังแล้ว”
ฮ่องเต้ทรงไม่พิโรธพระองค์ทำเพียงโบกมือ “ช่างเถอะ เจ้ากลับไปได้แล้ว”
เสวียนเฟยตกใจ “ฝ่าบาท เรื่องนี้…”
“เจิ้นมีคำตอบในใจแล้ว” เสวียนเฟยจึงได้แต่ทูลลา
เขาเดินออกจากห้องโถงแล้วได้ยินอวี้หยางถามขันทีเล็กว่า “ฝ่าบาทต้องการพบข้าหรือไม่”
ขันทีเล็กกลับตอบว่า “ฝ่าบาทตรัสว่าวันนี้ท่านนักพรตอวี้หยางเหนื่อยมามากแล้วให้กลับไปพักผ่อนดีกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องกังวลไป”
อวี้หยางตกใจ คิดไม่ออกว่ามันหมายความว่าอย่างไรจึงถามขันทีเล็กว่า
“กงกง ฝ่าบาททรง…”
เสวียนเฟยไม่อยู่ฟังต่อเขาเดินออกจากเรือนหลักชั่วคราวนี้ทันที
เขานึกถึงคำตอบของตนตั้งแต่ต้นจนจบและคิดว่าไม่มีปัญหาอะไรจึงกลับไปพักผ่อนได้อย่างสบายใจ เขายังไม่คิดที่จะไปบอกหมิงเวยหากเข้าพบฝ่าบาทเสร็จแล้วไปหาคนเพื่อพูดคุยด้วยนั่นไม่ได้หมายความว่าตนร้อนตัวหรอกหรือ
ภายในห้องฮ่องเต้ถามว่านต้าเป่า “เจ้าว่าสิ่งที่เขาพูดมาถูกหรือไม่”
ว่านต้าเป่ายิ้ม “กระหม่อมจะเข้าใจเรื่องใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ แต่ฝ่าบาททรงมี