ียวกัน พอเห็นสีหน้าแตกตื่นของพวกเขาก็รู้สึกแปลกใจและเกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น
หยางชูคว้าตัวศิษย์คนหนึ่งมาถาม “เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”
ศิษย์คนนั้นรู้สึกหงุดหงิดมาก เมื่อเขาหันมาและเห็นว่าเป็นหยางชูจึงระงับอารมณ์แล้วตอบไปว่า “ได้ยินว่าศิษย์พี่อวี้หยางกับศิษย์พี่เสวียนเฟยทะเลาะกันขอรับ”
หยางชูนึกว่าตนเองได้ยินผิด “ทะเลาะงั้นหรือ”
“ขอรับ! ดูเหมือนจะทะเลาะกันรุนแรงมากไม่แน่ว่าอาจเกิดการต่อสู้กัน”
หยางชูสงสัย “ทำไมถึงทะเลาะกันได้”
“ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ! ข้าจะรีบไปดูสถานการณ์ก่อน!” พูดจบก็อยากจะถอนมือออกมา “หากคุณชายไม่มีอะไรข้าขอตัวก่อน!”
หยางชูปล่อยมือ “ขอบใจมาก”
เสวียนเฟยกับอวี้หยางทะเลาะกันงั้นหรือ เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมาก ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งเจ้าสำนักไม่ควรมีความขัดแย้งกัน พวกเขาต้องแสดงให้เห็นถึงความปรองดองกันสิถึงจะถูก
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง “คุณชายหยาง ได้ยินว่าท่านนักพรตทั้งสองทะเลาะกันท่านอยากไปดูด้วยกันกับข้าหรือไม่”
หยางชูหันกลับไปก็เห็นหมิงเวยพาตัวฝูเดินยิ้มเข้ามาหาเขา
เขารู้สึกว่าท่าทีของนางแปลกๆ จึงคล้อยตาม “ท่านรู้เรื่องนี้ใช่หรือไม่”
หมิงเวยยิ้มกว้าง
…………
อวี้หยางในตอนนี้เหมือนคนงามที่ถูกอันธพาลจ้องมอง เขารู้สึกใจไม่ดีเลย
เขาเพิ่งแยกตัวออกมาจากฮ่องเต้และคิดที่จะขอให้ซินเจ๋อช่วยส่งข้อความ เพราะหากในช่วงเวลาวิกฤตนี้