ถูกพบว่าเขากำลังติดต่อกับไท่จื่อก็ยากที่จะอธิบายได้
แต่ไม่รู้ว่าซินเจ๋ออยู่ที่ไหน เขาคิดจะให้นักพรตเด็กไปตามหา แต่เสวียนเฟยก็เดินเข้ามาเสียก่อน สีหน้าของอีกฝ่ายดูจริงจังแววตาเยือกเย็นราวกับบ่อน้ำแข็ง
“ศิษย์พี่อวี้หยาง!” เขาคำนับด้วยท่าทีแข็งกร้าว
แม้อวี้หยางอยากจะบีบคออีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่เขาก็ต้องยิ้มกลับไปและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ศิษย์น้องเสวียนเฟย มีอะไรงั้นหรือ”
คำถามนี้ดูเหมือนจะไปจี้จุดบางอย่างของเสวียนเฟยเข้า เขาแค่นหัวเราะ “สำหรับศิษย์พี่อวี้หยางคงไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร แต่ศิษย์น้องคิดว่าเรื่องนี้ไม่พูดคงไม่ได้”
อวี้หยางตกใจเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันมาหลายปีเขารู้ดีว่าเสวียนเฟยเป็นคนอย่างไร ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าผู้ใด เสวียนเฟยมักจะเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและสงบเสงี่ยม เขาต้องใช้เวลาหลายปีในการทำความเข้าใจสิ่งนี้ หลังจากนั้นจึงลอกเลียนแบบพฤติกรรมของอีกฝ่ายซึ่งง่ายมากในการซื้อใจผู้คน
แต่จู่ๆ อีกฝ่ายกลายเป็นเช่นนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าการที่ตนเดินมากับฮ่องเต้จะไปกระตุ้นอะไรอีกฝ่ายเข้า
อวี้หยางตื่นตระหนกเขามีท่าทีอ่อนโยนมากขึ้น “ศิษย์น้องพูดอะไรน่ะ หากข้าทำอะไรไม่ดีตรงไหน ศิษย์น้องบอกมาได้เลยหากข้าผิดจริงจะรีบแก้ไข”
“นั่นเป็นสิ่งที่ท่านสมควรทำอยู่แล้ว!” เสวียนเฟยทำหน้าบึ้งตึง เขาก้าวไปข้างหน้าเพื่อเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายจนหน้าแทบจะชิดกันอยู่แล้วถามเสียงขรึม “เมื่อครู่ศิษย์พี่จะไปไหนหรือ”
อวี้