ในช่วงเวลาวิกฤตนี้มันดูโจ่งแจ้งเกินไปที่จะพบหยางชูโดยตรง หากเป็นหมิงเวย ยังสามารถขอพบด้วยเหตุผลเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันได้
ทางด้านหมิงเวยเมื่อเห็นว่าฟ้ามืดแล้ว และยังไม่ได้รับข่าวอะไรจึงรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ตำแหน่งเจ้าสำนักตัดสินได้ไม่ยาก ตราบใดที่พวกเขามั่นใจว่าไม่ได้คำนวณผิดพลาดก็สามารถประกาศให้เสวียนเฟยได้รับชัยชนะได้ในไม่ช้า
แต่ตอนนี้กลับยังไม่ประกาศผล…
นางคิดที่จะไปสอบถามข่าวคราว แต่มีนักพรตน้อยมารายงานว่า “ที่นี่มีแม่นางแซ่หมิงหรือไม่”
ตัวฝูรีบตอบ “ท่านนักพรตมาหาคุณหนูมีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
นักพรตน้อยตอบไปว่า “ศิษย์พี่ของข้าชื่นชมความสามารถของแม่นางหมิงมากจึงอยากขอคำแนะนำจากนางไม่ทราบว่าแม่นางจะตอบรับคำเชิญหรือไม่”
“ศิษย์พี่ของท่านคือ…”
“เสวียนเฟย”
หมิงเวยลุกขึ้นขออนุญาตท่านลุงของตนแล้วเดินออกจากห้อง “ท่านนักพรตเชิญมาข้าน้อยจะกล้าไม่ตอบรับได้อย่างไรเจ้าคะ เชิญท่านนักพรตนำทางได้เลยเจ้าค่ะ”
นักพรตน้อยตอบกลับ “แม่นางหมิงเชิญทางนี้”
เดินไปได้ไม่ไกล นักพรตน้อยพานางไปที่ห้องโถงใหญ่แล้วเคาะประตูห้องด้านข้าง “ศิษย์พี่ แม่นางหมิงมาแล้วขอรับ”
เมื่อประตูเปิดออกเสวียนเฟยก็ปรากฏตัวขึ้นพอดี เขากล่าวขอบคุณนักพรตน้อยแล้วเชิญหมิงเวยเข้ามาด้านใน
หมิงเวยเห็นว่าภายในห้องนี้มีเพียงจวินโม่หลีจึงถามออกไปตรงๆ ว่า “เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”