“เพราะฉะนั้นข้าเลยอยากถามคุณชายหยางไม่ทราบว่าแม่นางสะดวกหรือไม่”
หมิงเวยตอบ “ท่านไม่ต้องรีบร้อนหรอก” จากนั้นถามต่อว่า “ท่านจำดวงชะตาปาจื้อของคนผู้นั้นได้หรือไม่”
เสวียนเฟยพยักหน้าแล้วอ่านอักขระทั้งแปดให้อีกฝ่ายฟัง แล้วเขาก็พูดอีกว่า “เมื่อเห็นดวงชะตาปาจื้อนี้ ปีนี้คนผู้นั้นอายุสิบเก้า แต่ไม่รู้ว่าเป็นคุณชายตระกูลไหน…”
ยังไม่ทันพูดจบเขาเห็นหมิงเวยเลิกคิ้ว
“ทำไม มีปัญหาอะไรหรือ”
หมิงเวยถอนหายใจ “ท่านไม่ต้องถามหาเขาหรอก”
“ทำไมกัน” เสวียนเฟยถาม แต่แล้วสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป “หรือว่า…”
หมิงเวยพยักหน้า “เป็นดวงชะตาปาจื้อของเขา”
เสวียนเฟยตกตะลึงผ่านไปนานกว่าเขาจะหาเสียงของตนเองเจอ “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดฝ่าบาทต้องสงสัยเขาด้วย ไม่ว่าจะมองอย่างไรคุณชายหยางไม่มีทางเป็นดาวมารได้เลย!”
หมิงเวยเหล่มองเขา “ไม่ว่าจะมองอย่างไร ท่านนักพรตก็ไม่เหมือนดาวมารเหมือนกัน!”
จวินโม่หลีพูดแทรก “ศิษย์พี่ไม่มีทางเป็นแน่นอน!” เสวียนเฟยเงียบ
หมิงเวยวางมือขวาลงบนโต๊ะ นิ้วทั้งห้าของนางเคาะลงบนโต๊ะอย่างคนใช้ความคิด “ข้าได้ยินข่าวลือว่าอวี้หยางกับไท่จื่อมีความสัมพันธ์ลับกัน”
“จริงด้วย!” จวินโม่หลีพูดขึ้นอย่างร้อนอกร้อนใจ “เขาสมคบคิดกับไท่จื่อมานานแล้ว!”
เสวียนเฟยพึมพำ “เหตุใดไท่จื่อต้องมุ่งร้ายคุณชายหยางด้วย”
“เพราะอิจฉาน่ะสิ…”