“เจ้าคุยอะไรกับเขา” จี้เสียวอู่เหลือบมองเสวียนเฟยที่เดินออกมาจากประตู สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย!
หมิงเวยพูดอย่างใจเย็น “แค่เรื่องเล็กน้อย พวกเรากลับกันเถอะ”
จี้เสียวอู่คิดในใจ แค่เรื่องเล็กน้อยทำให้คนกลายเป็นเช่นนี้ได้หรือ นางคิดว่าตนเองเป็นซูฉิน[1]หรือจางอี้[2]หรืออย่างไร สองพี่น้องเดินกลับไปยังเรือนพักชั่วคราว ซึ่งขณะนั้นทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่
เมื่อเห็นว่าพวกเขากลับมาแล้ว จี้ฮูหยินก็กล่าวทักทาย “ยังไม่ได้ทานอะไรกันเลยใช่หรือไม่ มาทานรองท้องก่อนเถอะ อาหารของเสวียนตูกวันรสชาติไม่เลวเลย ต่อไปเสียวอู่คงไม่ต้องลำบากแล้ว”
จี้เสียวอู่กะพริบตาปริบๆ เขาได้ยินผิดไปหรือไม่ ครอบครัวยอมให้เขาเข้าเสวียนตูกวันอย่างสงบเพียงนี้เลยหรือ ที่จริงแล้วเขาต้องร้องไห้อ้อนวอนทำทุกวิถีทางให้ท่านพ่อท่านแม่จำใจเห็นด้วยไม่ใช่หรือ
นายท่านจี้วางมาด “เห็นเจ้าทำตัววุ่นวายจนน้องสาวเจ้าต้องคอยตามเช็ดก้นให้ ที่ผ่านมาเจ้าบอกเสมอว่าการเล่าเรียนไม่ใช่ความใฝ่ฝันของเจ้า ตอนนี้ได้โอกาสพอดี ความปรารถนาของเจ้าเป็นจริงแล้วต่อไปก็ตั้งใจศึกษาเรียนรู้ ในเมื่ออยากเป็นเสวียนชื่อเจ้าจะทำตัวเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้แล้ว”
จี้เสียวอู่ตะลึงไปชั่วขณะเขาเห็นทุกคนมีท่าทีสงบเสงี่ยม พี่สะใภ้กำลังทานอาหาร จี้หลิงอุ้มจูเอ๋อร์สอนท่องสูตรคูณ ตัวฝูบ่นเรื่องแขนเสื้อของหมิงเวยที่เสียดสีจนเลอะแล้วพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า…