ทุกอย่างดูปกติดี ดูเหมือนเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดูน่าสนใจอะไร
“ท่านพ่อ…”
เขาแค่เอ่ยปากเรียก แต่นายท่านจี้กลับทำหน้าบึ้งตึง “ทำไม เจ้าไม่อยากเรียนแล้วหรือ”
“ไม่ๆๆ ข้าจะเรียน ข้าจะตั้งใจเรียนเลย!” จี้เสียวอู่รีบตอบ
นายท่านจี้มีสีหน้าผ่อนคลายลง “เช่นนั้นก็ดี เอาล่ะมาทานข้าวเถอะ!”
“อ้อ…” จี้เสียวอู่นั่งลงหน้าโต๊ะอาหารแล้วจู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้
อะไรคือให้น้องสาวคอยตามเช็ดก้นกัน เห็นได้ชัดว่าน้องหญิงทำให้เขาต้องพบเจอเรื่องราวมากมายก่ายกอง!
หมิงเวยเองก็แปลกใจมาก นางคิดว่าหลังจากแข่งขันเสร็จจะต้องถูกสอบสวนเป็นแน่จึงเตรียมตัวมาอย่างดีที่จะเล่าทุกอย่างให้ครอบครัวฟัง แต่ทำไมถึงไม่มีผู้ใดถามเลยเล่า
สีหน้าของนางดูงงงวย ยามที่สายตาของนางประสานกับสายตาของจี้หลิงก็เห็นว่าอีกฝ่ายยิ้มให้อย่างรู้ทัน ความหมายของรอยยิ้มนั้นช่างน่าพิศวงจนนางผงะไปชั่วขณะ
เดี๋ยวนะพี่ใหญ่ ท่านบอกอะไรพวกเขากันแน่!
…………
หลังจากรับประทานอาหารร่วมกับฮ่องเต้และกุ้ยเฟยเสร็จเรียบร้อย หยางชูก็ขอตัวลา หลังจากที่เขาจากไปได้ไม่นานก็มีคนเดินเข้ามาเงียบๆ
ฮ่องเต้กำลังนอนพักผ่อน ว่านต้าเป่าเดินเข้ามาหาอย่างระมัดระวังและกระซิบบอกพระองค์ว่า “ฝ่าบาท ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
ผ่านไปสักพักฮ่องเต้ก็เลิกม่านขึ้นพระองค์กลัวว่าจะปลุกเผยกุ้ยเฟยตื่นเข้าจึงไปที่ห้องข้างเคียงเงียบๆ