“มีอะไรหรือ” ว่านต้าเป่าเป็นคนรู้ความหากไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงๆ จะไม่มาปลุกตนในเวลานี้
ว่านต้าเป่าช่วยจัดปกคอเสื้อและทำความสะอาดหน้าให้อีกฝ่าย “นักพรตอวี้หยางขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะทูลกับฝ่าบาท”
หากเป็นเวลาอื่นคงให้อวี้หยางรอไปก่อน แต่ตอนนี้เรื่องดาวมารเป็นเรื่องใหญ่มาก
ฮ่องเต้เลิกคิ้ว “ให้เขาเข้ามา”
“พ่ะย่ะค่ะ”
อวี้หยางเข้ามาในห้องแล้วถวายบังคม
ฮ่องเต้ยกมือขึ้น “ไม่ต้องมากพิธี เห็นว่าเจ้ามีเรื่องสำคัญเหตุใดก่อนหน้านี้ถึงไม่พูดออกมาเล่า”
เมื่อเห็นฮ่องเต้มีสีหน้าไม่พอใจอวี้หยางจึงระวังมากขึ้น “ทูลฝ่าบาท เรื่องนี้สำคัญมาก กระหม่อมคิดไตร่ตรองอยู่นานจึงได้รวบรวมความกล้ามาทูลฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“อ้อ แล้วตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่”
“เรื่องดาวมารพ่ะย่ะค่ะ” อวี้หยางชะงักไปพักหนึ่ง “ในระหว่างที่กระหม่อมกำลังพยากรณ์พบว่าดาวมารดวงนี้เหมือนจะถูกปิดซ่อนเอาไว้แล้วมาถูกเปิดเผยเข้าในวันนี้ กระหม่อมรู้สึกไม่สบายใจจึงกลับไปคำนวณดูอีกครั้งแล้วพบว่า…”
สีหน้าของฮ่องเต้บึ้งตึง “หมายความว่าอย่างไร”
อวี้หยางลังเล ฮ่องเต้ตะโกนขึ้น “พูดมา!”
อวี้หยางกัดฟันแล้วโพล่งออกไปว่า “ดาวมารดวงนี้อยู่ข้างกายฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”
สีหน้าของฮ่องเต้มืดมนอย่างรวดเร็วแล้วพระองค์ก็ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ใครอยู่ข้างนอก”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ว่านต้าเป่ารีบเดินเข้ามาตามคำสั่ง
“ลากเขาออกไป!”