ว่านต้าเป่าตกใจ แต่ก็ทำตามคำสั่งอย่างไม่ลังเล “พ่ะย่ะค่ะ”
อวี้หยางตกใจไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเห็นทหารยามเข้ามา เขาหันกลับไปหาฮ่องเต้ก็เห็นว่าพระองค์หันหน้าไปยังห้องข้างๆ ก็เข้าใจได้ทันทีจึงรีบตะโกนออกไปว่า “ฝ่าบาท! คนที่กระหม่อมพูดถึงไม่ใช่สนมกุ้ยเฟยพ่ะย่ะค่ะ! ได้โปรดฟังกระหม่อมพูดให้จบก่อน”
ฮ่องเต้ชะงักแล้วโบกมือให้ว่านต้าเป่า
ฮ่องเต้ยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ แล้วตรัสว่า “ราชครูซูสิงมีพระคุณต่อข้ามาก ลูกศิษย์ของเขาเจิ้นจึงดูแลเป็นอย่างดี แต่หากเจ้าหลอกลวงทุกคนด้วยคำว่ามารคำนี้ละก็เจิ้นคงต้อง…”
เม็ดเหงื่อไหลออกมาบนหน้าผากของอวี้หยาง เขาคิดเสมอว่าการเป็นราชครูของแผ่นดินนั้นง่ายดาย เขาเฝ้ามองดูอาจารย์ของตนเอง ปฏิบัติธรรมอย่างเงียบสงบในวันธรรมดา บางครั้งออกความคิดเห็นร่วมกับฮ่องเต้ได้รับความสุภาพนอบน้อม ตอนนี้ตนได้เผชิญหน้ากับฮ่องเต้ถึงได้รู้ว่ามันยากเพียงใดที่จะได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้โดยไม่มีเงื่อนไข
เขารู้สึกเสียใจในภายหลังที่ไปรับปากคำขอของไท่จื่อ แต่หากเรื่องนี้ไม่สำเร็จก็ไม่สามารถรับประกันชีวิตอันเล็กน้อยของตนเองได้ แต่เขาก็ไม่สามารถทำให้ไท่จื่อขุ่นเคืองได้ตอนนี้จึงทำได้แค่กัดฟันทำต่อไป!