หมิงเวยไม่สังเกตเห็นดาวมารพวกเขาก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลกอะไร
ทะเลแห่งดวงดาวมีขนาดใหญ่มากซึ่งทุกคนมีมุมมองที่แตกต่างกัน ในบรรดาทะเลดาวนับหมื่น ความน่าจะเป็นที่จะสังเกตเห็นดาวดวงเดียวกันนั้นต่ำมาก
แต่ความจริงที่อวี้หยางและเสวียนเฟยสังเกตเห็นดาวมารในเวลาเดียวกันนั้นต่างหากที่แปลก
ฮ่องเต้มองนางด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าคือบุตรสาวจากตระกูลหมิงงั้นหรือ”
“เพคะฝ่าบาท” หมิงเวยก้มศีรษะลง
นางไม่เอ่ยถึงดาวมารทำให้ฮ่องเต้อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย พระองค์จึงมีท่าทีอ่อนโยนขึ้น “ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นหรอก อาชญากรในตระกูลหมิงถูกกวาดล้างไปแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า”
หมิงเวยมีรอยยิ้มเขินอายเล็กน้อยเหมือนเด็กสาวทั่วไป “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”
ฮ่องเต้มองผู้อาวุโสทั้งสอง “พวกเขาสามคนพูดจบแล้ว พวกท่านจะจัดการอย่างไร”
ผู้อาวุโสอี้พิจารณา “เรื่องนี้จำเป็นต้องทำการตรวจสอบอย่างชัดเจนพ่ะย่ะค่ะ การดูดาวและพยากรณ์โชคชะตานั้นขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ การฝึกฝนเป็นเวลาหลายปีไม่ได้หมายความว่าจะสังเกตได้อย่างแม่นยำ อวี้หยางกับเสวียนเฟยเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในเสวียนตูกวัน แม้พวกเราจะอยู่มานานกว่าแต่ก็ยากที่จะบอกว่าสังเกตการณ์ได้แม่นยำกว่าพวกเขา”
ฮ่องเต้ไม่พอใจ “เช่นนั้นหมายความว่าพวกท่านตัดสินผู้ชนะไม่ได้งั้นหรือ”
ผู้อาวุโสอี้รีบอธิบายว่า “มีวิธีหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ เหล่าผู้อาวุโสต้องร่วมกันสร้างค่ายกลเพื่อเปิดทางเข้าสู่ทะเลแห่งดวงดาว