ามารถตอบได้ เวลาผ่านไปนานจึงตอบด้วยความไม่แน่ใจ “ข้าได้กำไรสองตำลึง”
หมิงเวยยิ้มแต่ไม่พูดอะไรแล้วเดินผ่านอีกฝ่ายไป
หงซิ่งตะโกนขึ้น “สรุปข้าได้กำไรเท่าไรกันแน่”
หมิงเวยมายืนอยู่ต่อหน้าคนที่สอง คนผู้นี้อายุประมาณสามสิบปี แต่งกายด้วยเสื้อตัวสั้นที่ใช้ผ้าเนื้อหยาบทำ เขามีร่างกายที่แข็งแรงมือถือขวานเล่มหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นคนตัดไม้
“พี่ชายมีนามว่าอะไรหรือ”
เขาตอบด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดว่า “ข้าแซ่เฉียว”
“พี่เฉียวมีบุตรภรรยาหรือไม่”
“มีสิ!” คนตัดไม้พูดไม่หยุด “ภรรยาของข้าเป็นสาวงามที่มีชื่อเสียงในหมู่บ้านละแวกนี้ พวกเรามีลูกสาวชื่อว่าเสี่ยวอิงที่ทั้งฉลาดและเป็นเด็กดี ภรรยาของข้ากำลังท้องลูกอีกคนตอนนี้ใกล้จะคลอดแล้ว ไอหยา ภรรยาของข้าล่ะ”
หมิงเวยเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังอุ้มเด็กทารกและพูดกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
อวี้หยางกำลังใช้ของวิเศษตรวจสอบ เสวียนเฟยสอบถามทีละคนเหมือนกับนาง ส่วนวิธีของหยางชูนั้นเรียบง่ายและหยาบคาย เขาลงมือโดยไม่ถามไถ่อะไรเพื่อทดสอบว่าฝ่ายตรงข้ามจะสู้กลับหรือไม่
หลายสิบกว่าคนถูกสอบถามไปหมดแล้วรอบหนึ่ง สุดท้ายทุกคนก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่อุ้มลูกน้อย
คนอื่นไม่มีปัญหาอะไรมีแต่เด็กทารกที่ไม่สามารถทดสอบได้
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “พวกท่านจะทำอะไร อย่าแตะต้องลูกของข้านะ! ไปให้พ้น!”
ศิษย์น้องของอวี้หยางถาม “ศิษย์พี่ใหญ่จะทำอย่างไรดีให้แย่งมาตรงๆ ดีหรือไม่”
อวี้หยาง