ียรติของข้าอย่างยิ่งเจ้าค่ะ”
ก่อนหน้านี้นางเคยเป็นผู้เข้าร่วมการทดสอบมาก่อน ถึงแม้จะผ่านแต่ละด่านไปได้อย่างสวยงาม แต่นางก็ทำตัวเงียบไม่ทำตัวโดดเด่นแต่อย่างใด ดูไม่ต่างอะไรจากคุณหนูในห้องหอทั่วไป
แต่ตอนนี้การกระทำของนางไม่ใช่การทำตัวเยี่ยงคุณหนูแต่เป็นมารยาท นางไม่ได้เรียกเขาว่าท่านนักพรตแต่เป็นผู้อาวุโส
นักพรตซีเฉิงจ้องมองนางสักพักแล้วพยักหน้าเล็กน้อย “แค่มีชื่อเสียงไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอกแม่นางกล่าวเกินไปแล้ว”
หยางชูมองนางด้วยความแปลกใจเขาหันหน้าไปถาม “ท่านนักพรต วิญญาณชั่วร้ายมีเพียงหนึ่ง หากพบเจอก็ถือว่าผ่านด่านใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นมีเพียงหนึ่งคนที่ผ่านด่านนี้ไปได้งั้นหรือ”
นักพรตซีเฉิงยังคงไม่แสดงสีหน้าอะไรเขายิ้มเย็น “ข้าบอกเป้าหมายให้พวกท่านไปแล้ว จะใช้วิธีไหนก็แล้วแต่พวกท่านข้าตัดสินใจผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับการแสดงของพวกท่าน”
หยางชูประหลาดใจ “หมายความว่าผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับท่านนักพรตงั้นหรือ”
“ใช่”
สายตาของนักพรตซีเฉิงมองไปที่หยางชูแล้วพูดเสียงแผ่วเบา “แน่นอนว่าคุณชายสามารถใช้พละกำลังผ่านด่านนี้ได้ข้าไม่คัดค้านอะไร” บอกอย่างชัดเจนขนาดนี้ต้องการจะผ่านให้ได้หรือไม่
“….” หยางชูคิดในใจผู้ใดเลือกใช้กำลังผ่านไปก็โง่แล้วที่เขาทำเช่นนั้นในด่านที่สามก็เพราะหลอกล่อนักพรตหญิงที่ไม่ชำนาญการต่อสู้ แต่นักพรตซีเฉิงที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่คนเรื่องเยอะดังนั้นเขาไม่คิดพาตัวเองเข้าไปหาเ