รื่องด้วยเป็นแน่
เขาพูดอย่างมีชั้นเชิง “ข้าไม่มีความสามารถอื่นมีเพียงแต่พละกำลังจึงใช้แต่เพียงพละกำลังทั้งหมดเท่านั้น หากมีทางสว่างสักเล็กน้อยท่านนักพรตโปรดชี้ทางด้วย”
นักพรตซีเฉิงขี้เกียจพูดอะไรต่อเขาจึงนั่งลงแล้วพูดขึ้นว่า “พวกท่านเริ่มได้เลย”
เมื่อเดินไปถึงประตูซึ่งไม่มีผู้ใดอยู่แถวนี้หยางชูจึงไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไป เขาเดินเข้าไปถามหมิงเวยว่า “ท่านดูสุภาพอะไรเพียงนั้น เขามีชื่อเสียงมากเลยหรือ”
หมิงเวยมองเขาด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง “ใช่เจ้าค่ะ เขาเป็นเสวียนชื่อชั้นสูงเพียงคนเดียวที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในเสวียนตูกวัน”
ผู้อื่นไม่รู้ แต่หยางชูกลับรู้ว่านางมาจากอนาคตนั่นหมายความว่านักพรตท่านนี้เป็นยอดฝีมือจนได้รับบันทึกในประวัติศาสตร์
หมิงเวยหมายความเช่นนั้นจริงๆ อีกไม่กี่สิบปีถัดมา เสวียนเฟยได้ควบคุมเสวียนตูกวันและได้ใช้อำนาจมากขึ้น และนักพรตซีเฉิงผู้นี้กลับเดินทางออกจากเสวียนตูกวันเพื่อออกเดินทางปราบปรามและขับไล่สิ่งชั่วร้าย
ต่อมาเสวียนตูกวันได้ล่มสลายไปพร้อมกับราชวงศ์ฉีเหนือ ชื่อเสียงได้เลือนหายไป ส่วนนักพรตซีเฉิงที่มีอายุเกือบร้อยปีแล้วได้รับลูกศิษย์ และถ่ายทอดวิชาของเสวียนตูกวัน
หลังจากที่แคว้นฉีเหนือล่มสลายหมิงเวยได้พบกับนักพรตซีเฉิงผู้นี้ ตอนนั้นเขาอายุเกินร้อยปีแล้วและกำลังยุ่งอยู่กับการปกป้องประชาชนเป็นที่หนึ่ง นางมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อเสวียนตูกวันแต่นางก็เคารพนักพรตซีเฉิงด้วยค