้าร่วมต้องมีความเข้าใจในเรื่องจุดแข็งของตนเองและตัดสินใจเลือกวิธีที่สอดคล้องกัน
แน่นอนว่าหากวรยุทธ์ต่ำมากเกินไป แม้ความสามารถในการต่อสู้กับตัวหมากรุกยังไม่มีก็ยากที่จะผ่านไปได้ แต่หากมีวรยุทธ์ที่สูงพอก็สามารถเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านี้และต่อสู้ได้ตลอดทาง
หยางชูปะทะกับอีกฝ่ายมาสี่คนติดกันแล้วตอนนี้ตัวหมากบนกระดานเหลือเพียงสามคน แม้ว่าเขาจะอยากเจอ แต่โอกาสก็ไม่ได้สูงมากนัก
เมื่อก้าวเข้าไปถึงเส้นชัยนักพรตหนุ่มถอนหายใจแล้วคารวะอีกฝ่าย “คุณชาย ยินดีด้วย”
เขาต้องการที่จะต่อสู้กับหยางชู แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้พบกันในตอนท้าย
หยางชูรับเหรียญทองแดงเหรียญที่สองมา “ขอบคุณมาก”
ลูกศิษย์ทั้งเจ็ดจากเสวียนตูกวันยืนขึ้นอีกครั้ง หมิงเวยตบไหล่จี้เสียวอู่ “พี่ห้า ถึงตาท่านแล้ว”
จี้เสียวอู่กระซิบ “ข้าจะเดินหมากอย่างไร คนพวกนี้ข้าไม่สามารถเอาชนะได้สักคนเดียว”
หมิงเวยกวาดตามองตำแหน่งใหม่ของพวกเขาแล้วรีบบอกไปว่า “ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ซ้ายสาม ข้างหน้าสอง ขวาหนึ่ง ข้างหน้าหนึ่ง ขวาสอง ถอยหลังหนึ่ง ซ้ายสอง ข้างหน้าสี่ เอาล่ะ ท่านไปได้แล้ว”
“เดี๋ยว…” จี้เสียวอู่ถูกบังคับให้ขึ้นเขาเหลียงซาน
มารดาเถอะ นางพูดเร็วถึงเพียงนั้นแล้วยังพูดแค่รอบเดียวอีก หน้าหลังซ้ายขวาหนึ่งสองสามสี่ มันยากที่จะจำได้ทันที
จี้เสียวอู่กลัวว่าตนเองจะลืมเขาจึงพูดพึมพำกับตนเองไม่หยุดและเดินไปทีละก้าว ทั้งเจ็ดคนหมุนไปมารอบตัวเขาแต่เขาก็ไม่สนใจ