เดินไปเดินมาแล้วเขาก็พบว่าตนเองเดินมาถึงทางออกแล้ว
เอ๋ ผ่านแล้วหรือ คนพวกนั้นหมุนรอบตัวเขา เขายังคิดว่าตนเองคงได้ปะทะกันในไม่ช้านี่เขาผ่านแล้วจริงๆ หรือ
“คุณชาย ยินดีด้วย” นักพรตหนุ่มยื่นเหรียญทองแดงให้เขา
“ขอบคุณมากขอรับ” จี้เสียวอู่รับมันมาและยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความงุนงง
หมิงเวยยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้น ตำแหน่งของทั้งเจ็ดคนเปลี่ยนไปอีกครั้งซึ่งแตกต่างจากครั้งที่แล้ว
นางก้าวเท้าก้าวแรกออกไปจากนั้นก็ก้าวที่สอง ก้าวที่สาม…คิ้วของเสวียนเฟยขมวดขึ้นช้าๆ
“ศิษย์พี่ นางกำลังทำอะไรน่ะ” จวินโม่หลีกระซิบถามเขา “ทำไมนางถึงกลับมาอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่านางสามารถเดินตรงไปต่อได้”
ศิษย์ที่อยู่ข้างกายอวี้หยางพูดขึ้น “คำนวณผิดหรือเปล่า ค่ายกลสิบสามชุดมีความซับซ้อนมาก แม้นางจะพอมีความรู้อยู่บ้าง แต่เป็นเรื่องง่ายที่จะคำนวณพลาดได้”
พูดจบเขาก็มองจี้เสียวอู่พลางคิดในใจ แต่อย่างไรก็ไม่ควรประมาทนาง วิธีการเดินเมื่อครู่ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยแม้แต่น้อย
เสวียนเฟยส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ใช่ ดูเหมือนนางจะจงใจ” มีบางอย่างผุดขึ้นมาในใจของเขาและเขาก็พึมพำกับตนเองอย่างไม่เข้าใจว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร!”
จวินโม่หลีไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขาก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว
สามก้าว หลังจากก้าวไปสามก้าว ตัวหมากสองตัวได้ปะทะกัน
หมิงเวยยิ้มและยื่นมือออกไป “ท่านทั้งสอง ตำแหน่งของพวกท่านทับซ้อนกัน จำเป็นต้องออกจากกระดานไปหนึ่งหรือไม่”
ศิษย์สอ